Rule 11 : รักน้องต้องแกล้ง

สามสัปดาห์ผ่านไป   หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ยอมอยู่ใกล้ไอ้พี่ลันอีกเลย  เวลาผมเผลอหันไปมองแกผมก็มักจะแลบลิ้นใส่เสมอถ้าบังเอิญว่าแกหันมามองผมด้วยเหมือนกันผมก็จะขึงตาดุมองแกอย่างโกรธๆ ส่วนแกก็แอบยกยิ้มกวนตีนมาให้ผม  ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็คงจะดีใจที่เห็นไอ้พี่ลันยิ้มแม้จะเป็นรอยยิ้มเล็กๆ เพียงเสี้ยววินาทีแต่ตอนนี้ผมไม่อยากเห็นเพราะมันทำให้ผมใจเต้นแรง  เพราะอะไรน่ะหรือ...เพราะกลัวรอยยิ้มของแกน่ะสิ!

และตอนนี้ผมก็กำลังยืนอยู่หน้าตึกคณะพร้อมกับป้ายห้อยคอที่มีคำอันแสนทุเรศทุรังเขียนแปะไว้โดยมีไอ้พวกพี่ปกครองปีสามนั่งมองพลางหัวเราะกันยกใหญ่  จะอะไรอีกล่ะครับ  ก็เพราะไอ้พี่ลันนั่นแหละเข้ามาทักผมพร้อมกับโอบไหล่ผมก็เลยวีนเข้าให้สุดท้ายก็เลยโดนแกล้ง  นอกจากจะต้องห้อยป้ายที่เขียนแกล้งไว้ว่า ผมเป็นตุ๊ด ยอมให้เสียบตูดครับผม!! ผมยังต้องตะโกนร้องเพลงคันหูอีกต่างหาก  คนที่เดินผ่านไปมาหัวเราะกันยกใหญ่เลยล่ะครับ  ส่วนไอ้ที่เป็นตัวตลกอย่างผมก็ได้แต่ร้องเพลงทั้งน้ำตาตกใน

“เฮ้ย! ร้องให้มันเป็นเพลงหน่อย!!” ไอ้พี่ลุกซ์ที่ไม่รู้มาจากนรกขุมไหนตะโกนขึ้น  ก็ผมน่ะไม่ได้ร้องเพลงแต่ท่องเนื้อเพลงต่างหาก  ผมอยากเกรียนครับ เหอๆ

“มีพี่รหัสคนไหนเขาแกล้งน้องขนาดนี้วะ” ผมบ่นอุบอิบ  ก็ไอ้ตัวตั้งตัวตีที่ให้ผมเป็นตัวตลกคือพี่สายรหัสของผมเองนี่ครับ  ทั้งไอ้พี่ลุกซ์และไอ้พี่ลัน!

“บ่นอะไร!?!” ไอ้พี่ลุกซ์ตะโกนถามขึ้นผมจึงรีบส่ายหน้าก่อนจะท่องเนื้อเพลงต่อ “เอางี้ๆ เนื้อร้องแม่งไม่มันว่ะ เบื่อละ  เปลี่ยนเป็นแบบนี้ดีกว่า” ไอ้พี่ลุกซ์ยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะเดินเอากระดาษแผ่นหนึ่งมาให้

ผมก้มลงมองตัวหนังสือที่เรียงตัวสวยอย่างอึ้งๆ ลายมือไอ้พี่ลุกซ์สวยว่ะแต่เรื่องนั้นช่างมันก่อนดีกว่า  มาร้องไห้กับเนื้อเพลงที่พี่แกแก้ดีกว่าครับ

“ถ้าคราวนี้คุณท่องผมจะให้คุณคลานพร้อมกับเห่าเป็นหมารอบตึกคณะ” ไอ้พี่ลุกซ์ดักทางผมไว้ก่อนจะเดินไปนั่งรวมกับพวกพี่ปกครองที่แห่กันมาดูผม  อย่ารักกูขนาดนั้นเลยครับพี่  กูสยอง

“คันหู ไม่รู้เป็นอะไร  เอาสำลีมาปั่นก็ไม่หาย  คันจริง...มันคันอยู่ข้างใน  คันหูทีไรขนลุกทุกที  แม่ครับหายาให้ผมหน่อย  ไม่งั้นต้องคอยคันอยู่อย่างนี้  ตอนเด็กๆ ไม่เคยคันซักที  พอเริ่มเป็นหนุ่มได้สักสองสามปี หรรม(ตั้งใจเขียนแบบนี้เพื่อไม่ให้มันตรงเกินไป)ก็เริ่มมีอาการคัน...คัน” ผมหลับหูหลับตาร้องเพลงอย่างไม่คิดชีวิต  กูไม่มีอะไรให้อายไปมากกว่านี้แล้วครับ  กูอยากร้องไห้ครับ!! ยิ่งเสียงหัวเราะดังมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งอยากร้องไห้มากขึ้นเท่านั้น  คราวนี้ผมไม่พอใจจริงๆ นะ  เอะอะไรทำโทษผมตลอด  ยิ่งไอ้พี่ลันยิ่งหาเรื่องแกล้งผม  เมื่อเช้าแกก็แกล้งให้ผมปั่นจิ้งหรีดจนเวียนหัวไปหมด  จะแกล้งก็ให้มันเพลาๆ หน่อยก็ได้นี่หว่า

“ฮ่าๆๆๆ  สนุกเว้ย!” ไอ้พี่ลุกซ์กับพวกพี่ปกครองตบเข่าตบโต๊ะหัวเราะน้ำตาเล็ดน้ำตาไหล

“ผมไปได้หรือยังครับ” ผมพูดแทรกบรรยากาศหฤหรรษ์ของพวกพี่ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นๆ จนพวกพี่ๆ แทบหุบยิ้มไม่ทัน  ผมเป็นตัวตลกมานานพอแล้ว  ผมถูกแกล้งให้คนอื่นเขาหัวเราะทุกวี่ทุกวันจนผมเบื่อ  แกล้งให้ผมเจ็บตัวหรือเหนื่อยกายยังจะดีกว่านี้ซะอีก  ช่วงนี้พวกผู้หญิงเขาหันมามองหน้าผมแล้วก็เอาไปซุบซิบหัวเราะคิกคักกันใหญ่  มันอายนะครับที่ถูกเพศตรงข้ามหัวเราะเยาะแบบนี้

เมื่อพวกพี่ๆ ไม่ตอบผมก็รีบเดินไปหาไอ้เมฆกับไอ้วิท(เพื่อนใหม่)ที่ยืนรออยู่ข้างตึกทันที

ไอ้วิทเองก็เป็นเด็กต่างจังหวัดเหมือนกันครับ  พวกผมเห็นมันเดินคนเดียวมาหลายสัปดาห์แล้วก็เลยเข้าไปคุยด้วย  ไอ้หมอนี่มันพูดน้อยคนก็เลยไม่ค่อยคบ  ที่มันพูดน้อยก็เพราะมันติดพูดสำเนียงบ้านเกิดของตัวเองมันก็เลยอายที่จะพูดแต่ว่าผมกับไอ้เมฆเป็นคนภาคเดียวกันกับมันก็เลยพูดกับมันได้อย่างไม่อายใคร  บางทีถ้ามันหลุดมาผมกับไอ้เมฆก็จะแกล้งหลุดตามมันเพื่อไม่ให้มันอาย  ผมไม่คิดว่ามันน่าอายหรอกนะครับที่จะต้องพูดภาษาบ้านเกิดแต่พอดีว่าไอ้วิทมันซื่อบื้อพอกับไอ้เมฆมันก็เลยกลัวว่าถ้าหลุดออกมาแล้วคนจะล้อมัน

“เมฆ วิท  รีบไปเถอะว่ะ” ผมตบไหล่ไอ้เมฆกับไอ้วิทก่อนจะรีบเดินนำ  ยิ่งได้ยินเสียงไอ้พวกพี่ปกครองผมก็ยิ่งหงุดหงิด  อยากจะเดินไปให้พ้นๆ พวกมันจริงๆ  ถ้าไม่ติดว่าเป็นรุ่นพี่ผมโดดถีบยอดกมันเรียงตัวไปนานแล้วล่ะครับ  อย่าให้เจอว่าเดินคนเดียวแถวบ้านกูนะ...กูจะลากเข้าซอกแล้วกระทืบให้กระอักเลือดเลยคอยดู


 

ตอนแรกๆ ผมก็แค่หลอนที่ไอ้พี่ลันจะปล้ำผมแต่ก็ไม่ได้โกรธอะไรมากมายแค่ระวังตัวมากขึ้นเท่านั้นแต่ตอนนี้ผมโกรธจนไม่อยากจะมองหน้าไอ้พี่ลันแล้วล่ะครับ  แกล้งผมทุกวัน เช้า เที่ยง เย็นแบบนี้ผมรับไม่ไหวหรอก  คอยดูเถอะ...ถ้าเห็นไอ้พี่ลันอยู่ที่ไหนผมจะรีบหนีให้ไกลจากที่นั่นเพราะไม่อย่างนั้นผมก็จะกลายเป็นตัวตลกซ้ำแล้วซ้ำเล่า


 

ก่อนที่พวกผมสามคนจะเดินกลับหอ(ไอ้วิทก็อยู่หอเดียวกันแต่คนละชั้น)ไอ้พี่เปอร์กับพี่พัดก็เดินเข้ามาหา

“พวกพี่ๆ เขานัดกันกินเหล้าที่ร้านเดิม  พวกนายจะไปไหม?” ไอ้พี่เปอร์ถาม

“ไม่ไปครับ!” ผมตอบทันที  ถ้าไปผมก็คงจะถูกแกล้งอีกนั่นแหละซ้ำร้ายอาจจะถูกไอ้พี่ลันลากไปปล้ำก็ได้  ไม่เอาเด็ดขาด!!

“นั่นสิ  พี่ว่านายไม่ไปนั่นแหละถูกแล้ว  เดี๋ยวก็โดนเล่นงานจนกระอักหรอก  ช่วงนี้พวกปกครองเขาเล็งแกล้งนายอยู่นะ” ไอ้พี่พัดพูด  แหงสิครับ  ก็ไอ้ประธานปกครองปีสูงๆ มันแกล้งผมพี่ปกครองคนอื่นๆ ก็เลยอยากแกล้งด้วยน่ะสิ!

“เดี๋ยวกูเคลียร์ให้เอง” ไอ้พี่เปอร์ตบไหล่ผมพลางยักคิ้วให้

“ขอบคุณครับ” ผมลากเสียงยาวพลางก้มหัวไหว้พี่เปอร์จนหน้าผากแทบจรดเข่า

ไอ้พี่เปอร์กับไอ้พี่พัดยิ้มก่อนจะเดินกอดคอกันจากไป  ถ้าไม่มีไอ้พี่เปอร์ล่ะก็ผมตายแน่เลย  ถึงพี่แกจะจัดการกับไอ้พี่ลันไม่ได้แต่อย่างน้อยก็จัดการกับไอ้พี่ลุกซ์ได้ล่ะวะ  หายห่วงไปเปราะหนึ่ง

“ไอ โตไปเฮ็ดหยังไว้ พวกรุ่นพี่คือซังโตแท่ะ(ไอ นายไปทำอะไรไว้  ทำไมพวกรุ่นพี่ถึงไม่ชอบนายอ่ะ)” ไอ้วิทพูด  บางทีมันก็พูดกับพวกผมเป็นภาษาบ้านเกิดนั่นคือภาษาอีสานนั่นเอง  ที่จริงผมชอบพูดภาษาอีสานมากนะ  ผมว่ามันน่ารักดี

“เฮาบ่ค่อยถืกกับพี่ประธานปกครองปานใด๋  เขาก็เลยหมั่นไส้เฮา(ฉันไม่ค่อยถูกกับพี่ประธานปกครองเท่าไหร่  เขาก็เลยหมั่นไส้ฉัน)” ผมตอบ  กูไม่ให้มันซั่มมันก็เลยหมั่นไส้กู

“แต่ก่อนกูกะว่ามึงสนิทกับพวกรุ่นพี่อยู่เด๊  หลังจากมื้อที่มึงบ่กลับบ้านพวกรุ่นพี่เขากะเริ่มแกล้งมึงแล้ว  มึงไปเฮ็ดหยังไว้?(แต่ก่อนกูคิดว่ามึงสนิทกับพวกรุ่นพี่อยู่ไม่ใช่เหรอ  หลังจากวันที่มึงไม่กลับบ้านพวกรุ่นพี่เขาก็เริ่มแกล้งมึงแล้ว  มึงไปทำอะไรไว้?)” ไอ้เมฆถาม  พอเห็นพวกผมพูดอีสานมันก็เลยอยากแจมด้วย

“กูกะบ่ฮู้  สงสัยตอนกูเมากูไปตีปากอ้ายลันมั้ง  ต่อไปนี้กูสิบ่ไปยุ่งกับอ้ายหมู่นี้แล้ว แม่ง ซวยอีหลีวะ (กูก็ไม่รู้  สงสัยตอนกูเมากูไปต่อยปากพี่ลันมั้ง  ต่อไปนี้กูจะไม่ไปยุ่งกับพวกพี่เขาแล้ว  แม่ง  ซวยฉิบหาย)” ผมบ่น  ผมไม่กล้าบอกพวกนี้หรอกครับว่าทำไมผมถึงถูกหมั่นไส้

“มึงไปตีปากหรือไปดูดปากเขาบักห่า? หึย! อย่าให้กูฮู้เด้อว่ามึงมีเรื่องหยังกับอ้ายลันกันแน่ (มึงไปต่อยปากหรือไปดูดปากเขาวะไอ้ห่า? ชิ! อย่าให้กูรู้นะว่ามึงมีเรื่องอะไรกับพี่ลันกันแน่)” ไอ้เมฆมองผมอย่างสงสัย

“เว้าไปทั่วเนาะบักห่านี้แมะ โอ๊ว (พูดไปเรื่อยเนอะไอ้ห่านี่ โด่!)” ผมหลบสายตาไอ้เมฆก่อนจะลอยหน้าลอยตาพูด  ไอ้บ้านี่มันฉลาดในเรื่องโง่ๆ จริงๆ

“เฮาเหลือโตนโตอีหลี  รุ่นพี่กะแกล้งแฮงโพด(ฉันสงสารนายจริงๆ  รุ่นพี่นี่ก็แกล้งแรงเกินไปว่ะ)” ไอ้วิทส่ายหน้าไปมาก่อนจะตบไหล่ผมเหมือนให้กำลังใจ  จากนั้นพวกเราก็นั่งรถเมล์กลับไปที่หอ


 

ตึงๆๆๆ

ขณะที่พวกผมกำลังสนุกกับการเล่มเกมเพลย์สเตชั่นทรีอยู่ในห้องของผมก็เกิดเสียงอึกทึกขึ้นที่หน้าประตู  ใครมาทำร้ายน้องประตูห้องกูอีกวะเนี่ย  อีกไม่นานคงได้เปลี่ยนประตูใหม่แล้วล่ะครับ เฮ้อ สงสารประตูกูหน่อย  เคาะเบาๆ ก็ได้ยินแล้วโว้ย

“เคาะเบาๆ ก็ได้ครับ” ผมเปิดประตูออกไปก่อนจะบ่นอย่างหัวเสีย  เมื่อกี้ผมกำลังจะชนะเกมที่ผมเล่นแล้วครับแต่เพราะผมตกใจกับเสียงเตะประตูผมจึงแพ้ไปอย่างน่าสมเพช

ผ่าง!! แสงสีส้มที่ลอดผ่านเงาใหญ่ๆ ที่ยืนอยู่หน้าประตูทำให้ผมตกใจ  ที่มาของเงาใหญ่ๆ นั่นไม่ใช่อะไรที่ไหนแต่เป็นไอ้พี่ลันกับเพื่อน  ผมรีบปิดประตูลงกลอนทันที  ผมตกใจนะครับที่เจอกับพวกพี่ๆ ตอนนี้  ก็ผมไม่อยากเจอนี่ครับ  เจอทีไรถูกแกล้งตลอด  ที่มาหาผมตอนนี้คงจะมาบังคับให้ผมไปดื่มเหล้าด้วยแน่เลย  แต่ผมจะไม่ไปเด็ดขาด  ผมเชื่อว่าถ้าผมไปผมคงจะถูกไอ้พี่ลันมอมเหล้าแล้วพาเข้าห้องแน่

“อะไรวะ?” ไอ้เมฆกดหยุดเกมเอาไว้ก่อนจะหันมามองผมที่มีท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนคนกำลังหนีเจ้าหนี้

“ไอ้พี่สามคนนั้นอะดิมาตามถึงหอเลย” ผมถอนหายใจทางปากก่อนจะกระแทกก้นลงบนเตียงนอน  ซวยแน่ๆ ถึงไม่อยากไปวันนี้ผมก็คงต้องได้ไปแหงแซะเพราะตอนนี้ประตูห้องของผมเริ่มถูกฆาตกรรมอีกแล้วครับ

“ไหนพี่เปอร์บอกว่าจะจัดการให้ไง” ไอ้เมฆขมวดคิ้ว  มันเองก็คงเป็นห่วงผมไม่น้อยที่ถูกพวกรุ่นพี่แกล้งจนแทบกระอัก

“ไม่รู้ว่ะ  แม่ง วันนี้ได้แดกซวยเป็นอาหารเย็นแน่กู” ผมขยี้ศีรษะของตัวเองอย่างเซ็งจิต  ให้ตายเถอะ! ผมไม่อยากเจอหน้าไอ้พี่ลันเลยครับ  กับพี่ขลุ่ยไอ้พี่เสือผมก็ปกติดีไม่มีปัญหาแต่กับไอ้พี่ลันนี่สิ  ผมทั้งระแวงและโกรธมากครับ  ชิ!! พอเราไม่ยอมให้ลวนลามก็เลยโกรธจนหาเรื่องแกล้ง  นิสัยไม่ดีจริงๆ

“เดี๋ยวกูออกไปรับหน้าก่อน  มึงแกล้งนอนตายบนที่นอนไปก่อนละกัน” ไอ้วิทลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปที่หน้าประตู  ผมรีบกระโดดลงบนเตียงก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปง  คิดซะว่านี่คือผ้าคลุมล่องหนของแฮรี่ พ็อตเตอร์

เสียงคุยกันที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังขึ้นก่อนจะเงียบไป  ในใจผมเต้นตึกๆ เพราะรู้สึกสังหรณ์ไม่ดี  หวังว่าไอ้วิทคงไม่ได้เชื้อเชิญยักษ์สามตัวนั้นเข้ามาในห้องอันคับแคบของผมหรอกนะ  โอย ผมอยากให้ผ้าห่มของผมเป็นผ้าคลุมล่องหนจริงๆ

เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังขึ้นและค่อยๆ เบาลงเหมือนกำลังเดินออกจากห้อง  ผมยิ้มออก  ฮุๆ สงสัยไอ้ยักษ์ปักหลั่นสามตัวนั้นคงไสก้นตัวเองกลับไปแล้วล่ะมั้ง  แต่ทำไมถึงกลับไปง่ายจังวะ  หรือว่า...!! หรือว่าผ้าห่มของผมเป็นผ้าคลุมล่องหนจริงๆ  โอ้แม่เจ้า!

ตุบ! แอ่ก!

ผมแทบอ้วกเมื่อน้ำหนักของตัวคนทับลงบนตัวของผมแบบไม่มีกั๊ก  ไอ้คนที่มันนอนทับผมอยู่นี่จะรู้ตัวบ้างไหมว่ามันตัวโคตรหนักเลย  น้ำหนักแบบนี้คงไม่ใช่ไอ้เมฆแน่   ท่าทางจะเป็นไอ้วิท  ฮึ่ม! เชี่ยวิท มึงก็รู้ว่ากูอึดอัดแล้วมึงยังจะมาเพิ่มความอึดอัดให้กูหาญาติฝ่ายพ่อมึงเหรอ

“ไอ้วิท! กูจุก!” ผมตะโกนเสียงอู้อี้เพราะหน้ากดทับหมอน  ผมดิ้นก่อนจะฟาดมือสะเปะสะปะเพื่อตบตีไอ้วิทที่มาแกล้งผมแบบนี้  หายใจไม่ออกเว้ย “ไอ้วิท  ถ้ามึงยังไม่ลุกกูจะ...” ผมขู่ไอ้วิทอีกรอบก่อนจะดิ้นจนหลุดออกจากพันธนาการของผ้าห่ม

“จะทำไม?” เมื่อหลุดออกมาผมก็หันไปหวังจะชี้หน้าด่าไอ้วิทแต่แล้วใบหน้าที่ผมเผชิญอยู่กลับเป็นใบหน้าหล่อๆ ที่แสนคุ้นเคย

ไม่ใช่ไอ้พี่ลัน...ไม่ใช่ไอ้พี่ขลุ่ย...และไม่ใช่ไอ้พี่เสือ!!

ไอ้พี่ลุกซ์!!! มึงมาอยู่ที่นี่ได้ไงวะ!?!

ตอนนี้คนอื่นๆ ออกไปยืนอยู่หน้าประตูครับส่วนผมก็ยังอ้าปากค้างทำหน้างงเป็นหมาโง่กับการมาของไอ้พี่ลุกซ์  มันมาตอนไหน? มาได้ไง? มาหาเตี่ยมันเหรอ?

“ผมอยากดื่มกับคุณ” ไอ้พี่ลุกซ์ลุกออกจากเตียงก่อนจะจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่แล้วพูดขึ้น  มึงมาไม้ไหนวะครับ? มึงอยากดื่มกับกูหรือมึงอยากแกล้งกูวะ?

“เอ่อ...พรุ่งนี้ผมมีเรียนแต่เช้าครับ” ผมหาข้ออ้าง  พรุ่งนี้วันอะไรผมยังไม่รู้เลยเพราะฉะนั้นอย่าหวังว่าผมจะรู้เวลาเรียนของตัวเอง  ที่พูดไปน่ะตอแหลล้วนๆ

“พรุ่งนี้วันหยุด” อ้าวสลัดผัก!! คำตอแหลของกูเป็นหมันซะงั้น

ผมอึกอักก่อนจะมองไปหาตัวช่วยที่ยืนอยู่หน้าประตู  ผมมองตั้งแต่ไอ้พี่เสือที่ยืนอยู่ริมสุดด้านซ้ายจนถึงไอ้วิทที่ยืนอยู่ริมสุดด้านขวาและแน่นอนว่าพอมองไอ้พี่ลันผมก็ค้อนใส่ทันที  แต่ไม่ว่าผมจะมองอย่างอ้อนวอนแค่ไหนทุกคนก็หลบสายตาของผมกันหมด

พี่เปอร์...ทำไมพี่เปอร์ไม่มาด้วยวะ  คนที่กล้าต่อล้อต่อเถียงกับไอ้พี่โหดลุกซ์นอกจากจะมีไอ้พี่ลันแล้วยังมีไอ้พี่เปอร์ด้วยนี่หว่า  พี่เปอร์ครับ...ช่วยเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยน้องด้วย  น้องกำลังจะถูกอัศวินดำลงดาบแล้ว

“ห้ามขัดคำสั่งของผม!” ไอ้พี่ลุกซ์สั่งเมื่อเห็นผมไม่หือไม่อือกับคำเชิญชวนของแก กูถูกมึงบังคับขนาดนี้แล้วกูจะปฏิเสธได้เหรอครับ  เบื่อจริงโว้ยกับไอ้พวกใช้อำนาจเพื่อความพึงพอใจของตัวเอง  บ้าอำนาจกันทั้งพี่ทั้งน้องเลยว่ะ!!


 

สุดท้ายพวกผมสามคนก็ถูกพวกรุ่นพี่หิ้วติดมือมาที่ผับ  ก่อนจะไปผับผมถูกเชื้อเชิญให้ไปนั่งรถพี่ลันแต่ผมกลับกระโดดขึ้นรถไอ้พี่ลุกซ์ทันที  ผมไม่ได้นั่งรถพี่ลุกซ์เพราะเหตุผลว่ารถของพี่ลุกซ์นั่งสบายกว่าหรอกนะครับแต่เพราะผมไม่อยากอยู่ใกล้ไอ้พี่ลัน  ผมโกรธ!

ผมสงสัยเหลือเกินครับว่าตกลงสองคนนี้เป็นพี่น้องกันจริงหรือเปล่า  ดูจากหน้าตา ชื่อ และนิสัยมันก็ใช่อยู่หรอกแต่ดูจากความสัมพันธ์ของสองคนนี้แล้วผมว่ายังไงก็ไม่ใช่  อีกอย่างนะ...พี่ลุกซ์ขับรถอย่างหรู  ถ้าให้ผมคะเนราคาจากสภาพรถล่ะก็ผมคิดว่าคงไม่ต่ำกว่า 5 ล้านแต่รถไอ้พี่ลันดูอย่างไรมันก็แสนต้นๆ  ถ้าเป็นพี่น้องกันจริงสภาพรถมันน่าจะคล้ายๆ กันไม่ใช่หรือ  งงว่ะ

ผมไม่ได้เปรียบเทียบพี่ลุกซ์กับพี่ลันนะครับ  ผมไม่ได้คิดว่าพี่ลันด้อยกว่าพี่ลุกซ์เลยแต่ผมแค่สงสัยเท่านั้นว่าตกลงสองคนนี้เขามีเรื่องอะไรกัน  แต่ก็ช่างมันเถอะ เรื่องของครอบครัวเขา

“วันนี้จะมีคนรู้จักมาดื่มด้วย  เป็นแค่เด็กม.ปลายและจะมานั่งโต๊ะกับเรา  ฝากดูแลหน่อยละกัน” ไอ้พี่ลุกซ์พูดขณะหักพวงมาลัยเข้าไปจอดที่จอดรถของผับ  โต๊ะเรา? นี่ตกลงมึงจะให้กูนั่งโต๊ะกับมึงเหรอ? รักกูขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย? T__T

“ทำไมถึงพาเด็กม.ปลายมาด้วยครับ? เขาไม่ว่าอะไรหรือ?” ผมถามอย่างสงสัย  เด็กม.ปลายห้ามเข้าผับนี่หว่า  แต่ตอนที่ผมอยู่ม.ปลายผมเข้าผับเป็นว่าเล่นเลยล่ะครับ แฮะๆๆ

“พวกนั้นมันเส้นใหญ่แต่ถึงอย่างไรพวกมันก็ยังเด็ก  พวกคุณช่วยดูแลอย่าให้พวกมันดื่มเยอะด้วยนะ” ไอ้พี่ลุกซ์พูดพลางใส่เบรกมือและปลดล็อกประตูเมื่อรถจอดสนิท  สรุปว่าที่เรียกพวกกูมาเพราะจะให้มาเป็นพี่เลี้ยงเด็กว่างั้น?  แต่ก็ดี อย่างน้อยผมก็คงไม่โดนแกล้ง...มั้ง

“มีเด็กผู้หญิงไหมครับ?” ไอ้เมฆถามขึ้นหลังจากทุกคนออกมาจากรถแล้ว

“ไม่มี อ๊ะ! นั่นไง...พวกมันมาพอดี” ไอ้พี่ลุกซ์พูดก่อนจะชี้ไปที่รถคันหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาจอด  เหี้ย!! รถที่เพิ่งเข้ามาจอดนั่นมัน Alpha Romeo เลยนะเฮ้ย!! เด็กม.ปลายห่าเหวอะไรวะขับรถแบบนั้น  แค่ไอ้พี่ลุกซ์ขับปอร์เช่กูยังอึ้งแทบตายแล้วนี่เป็นแค่เด็กม.ปลายแต่เสือกขับรถอย่างหรู  พ่อแม่มึงขายยาบ้าหรือเปล่าวะ?

ผมตาค้างมากกว่าเดิมเมื่อไอ้เด็กพวกนั้นเปิดประตูรถลงมา  เหมือนเป็นภาพช้าที่กำลังเคลื่อนอย่างพลิ้วไหว  ประตูเปิดออกก่อนขาของเจ้าพวกนั้นจะยื่นออกมา  ที่ผมช็อคก็เพราะไอ้เด็กพวกนั้นมันใส่รองเท้าแตะคีบครับ  ขี่รถมาอย่างหรูแต่ใส่แตะคีบเนี่ยนะ  เจริญ!

ผมถอนหายใจนิดๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนี  ไอ้เราก็วาดไว้ว่าเด็กพวกนั้นต้องหน้าตาหล่อเหมือนรถมันแน่ๆ  แต่เห็นแค่รองเท้าผมก็ดีใจแล้วครับเพราะอย่างน้อยก็คงมีคนหน้าเหียกกว่าเรา อิ๊ๆ

“เหี้ย” เสียงไอ้เมฆกับไอ้วิทอุทานอย่างเลื่อนลอย  เฮ้ย! หน้าพวกมันเหี้ยขนาดนั้นเลยเหรอวะ  ว่าแล้วผมก็หันไปมองบ้าง...

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ปล่อยให้ค้างเบาๆ
เด็กเหล่านั้นจะเป็นใครนะ?
ฮ่าๆ ไรเตอร์แต่งไปขำไปตอนที่สามหนุ่มพูดภาษาอีสานกัน  ใครไม่ใช่คนอีสานไรเตอร์ต้องขอโทษด้วยเน้อ
เอาล่ะ  ลุ้นกันต่อไปว่าพี่ลันกับพี่ลุกซ์มันมีปัญหาอะไรกันถึงไม่ถูกกันขนาดนั้น

ชี้แจงแถลงไขนิดหนึ่ง (เพราะรีดเดอร์อาจจะสงสัยในสถานะของหนุ่มๆ)
ฝ่าย(ที่ท่าทาง)เมะ
1.อิพี่ลัน  เป็นเมะแท้แน่จริง
2.อิพี่ขลุ่ย  รายนี้ก็เมะแต่ชอบทำตัวสะดิ้งเบาๆ
3.อิพี่เสือ  หน้าดุอย่างนี้ต้องเมะอยู่แล้ว
4.อิพี่ลุกซ์  ขี้โวยวายแต่รายนี้เขาเมะมาก
5.น้องวิท ซื่อๆ ใสๆ นิสัยน่ารักไม่ทันคนแบบนี้แต่เขาก็เมะนะเออ
ฝ่าย(ที่ท่าทางจะเป็น)เคะ
1.น้องไอ  คนนี้คิดว่าตัวเองเมะแต่เคะฉิบหาย
2.น้องเมฆ  น่ารักซื่อบื้อแบบนี้ไม่เคะไม่ได้แล้ว
3.พี่เปอร์  กวนตีน ขี้เล่น  ขี้วีน  คิดว่าตัวเองเมะแต่ก็เคะแตก
4.เคะปริศนาของน้องวิท!?!?!?!?!
ปล. อิพี่เสือไม่มีเคะ  ปล่อยให้มันไปมีชีวิตปกติดีกว่าเนอะะะะะ

 ตอนต่อไป...
เด็กๆ ม.ปลายตัวแสบจะเข้ามาทำให้หัวใจพี่ลันและน้องไอปั่นป่วน  หนึ่งในนั้นที่ทำให้น้องไอจ้องมองได้ไม่หยุดเป็นหนุ่มหล่อหน้ามนที่หล่อไม่แพ้พี่ลันและเด็กหนุ่มคนนั้นมีหน้าตายเหมือนไอ้พี่ลันเด๊ะ!  น้องไอจะต้านทานความหล่อแสบตาของไอ้เด็กคนนั้นหรือไม่!?!  แล้วไอ้พี่ลันจะทำอย่างไรเมื่อเมีย(??)แอบนอกใจ...
ติดตามอ่าน...พรุ่งนี้นะจ๊ะ

ปอลอลิง  เห็นคำผิดตะโกนบอกเค้าดังๆ นะตัวเอง

Comment

Comment:

Tweet

#8 By (49.230.191.245|49.230.191.245) on 2015-01-21 19:00

#7 By (114.109.51.229|114.109.51.229) on 2014-04-06 15:10

#6 By (114.109.51.229|114.109.51.229) on 2014-04-06 14:56

ใครอีกเนี้ยยยย. น้องของสองพี่น้องใช่ม่ะ เอาให้พี่สูงคลั่งตายเล

#5 By shshshx (171.7.196.84|171.7.196.84) on 2014-03-09 11:13

คีบหูหนีบบบบบบบบบ 5555

#4 By LooknamTK on 2013-08-11 23:11

อีแตะ sad smile

#3 By future-cartoon on 2013-05-10 17:57

หุหุๆ คุณหนูติดดิน sad smile sad smile

#2 By teddy (103.7.57.18|1.4.202.29) on 2013-04-20 21:22

ขี่รถอย่างหรู แต่ใส่ช้างดาวsad smile sad smile sad smile

#1 By blacktear on 2013-03-08 13:46