Rule 10 : รักน้องต้องปล้ำ!(?)

                ผมกับไอ้พี่ลันเดินจนมืดค่ำและได้ของกินมาเต็มมือ  ตอนนี้คนเริ่มเยอะพวกเราจึงกลับมาที่รถและเปิดกระบะรถเพื่อนั่งกินอาหารที่เราซื้อมา  ไอ้ที่ผมเลือกมามีแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นแหละครับส่วนของไอ้พี่ลันไม่ต้องพูดถึง  จัดหนักมาก!

                “ทำไมกินเยอะจังเลย?” ผมถามเมื่อเห็นไอ้พี่ลันโยนขยะถุงแล้วถุงเล่าลงถังขยะ  ขยะเหล่านั้นล้วนเป็นวัสดุที่ห่ออาหารของไอ้พี่ลันครับ

                “ไม่รู้  ก็กินอย่างนี้ประจำ” พี่ลันบอกก่อนจะหันไปดูดน้ำหวานล้างปาก

                “แต่พี่ดูไม่อ้วนเลย  ทำอย่างไรครับเนี่ย?” ผมถาม  ไอ้เราก็อิจฉาหุ่นพี่แกเพราะเราอยากจะมีแบบนี้บ้างเหมือนกัน

                “ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่  อาจจะเป็นเพราะฉันฝึกที่ยิมเกือบทุกวันล่ะมั้ง” พี่ลันพูดก่อนจะหันไปซัดอาหารอีกชุด

                “งั้นหรือ? ผมอยากหุ่นดีบ้างจัง เฮ้อ” ผมก้มลงมองหน้าท้องของตัวเองก่อนจะสบถ  ผมเองก็ฝึกประจำนะแต่ทำไมหน้าท้องผมยังแบนราบแบบนี้ล่ะเนี่ย?

                “คิดว่าตัวเองผอมล่ะสิ” พี่ลันหรี่ตามองหน้าท้องของผมเล็กน้อยผมจึงพยักหน้า “ไม่ได้ผอมหรอก  โครงร่างนายมันเล็ก  หุ่นเท่านี้กำลังพอดี” พี่ลันพูด  ผมเบือนหน้าหนี  กูร้อนที่หน้าอีกแล้วครับ

                “พี่ก็พูดได้สิ  พี่หุ่นดีนี่” ผมค้อน

                ไอ้พี่ลันวางของกินไว้ข้างตัวก่อนจะรวบเสื้อของผมให้มันแนบติดเนื้อเพื่อดูสัดส่วน  แกรวบเสื้อตัวเองบ้างก่อนจะมองหุ่นของผมกับหุ่นของแกสลับกัน  ผมเองก็มองเห็นถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง  ทั้งความหนาความยาวผมแพ้พี่แกแบบหลุดลุ่ยเลยครับ  โอ๊ย!! ทำไมถึงหุ่นดีแบบนี้นะ

                “โครงสร้างร่างกายของนายมันเล็ก  กระดูกก็เล็กกว่าของฉันไม่แปลกที่หุ่นจะไม่เท่ากัน  ผู้ชายที่ตัวเล็กกว่านายก็มีออกเยอะแยะจะน้อยใจไปทำไม  ดูอย่างน้องเมฆสิ  ตัวก็เล็กแถมยังเตี้ยอีก น้องเขายังไม่บ่นเลย” ไอ้พี่ลันพูด  โฮ่! พูดให้กำลังใจคนอื่นก็เป็นหรือนายคนนี้  รู้สึกดีจัง

                “มันบ่นกรอกหูผมทุกวันต่างหาก  คราวหน้าผมจะไม่อยู่ใกล้พี่แล้ว  มันเห็นความแตกต่างชัดเจนเกินไป” ผมสะบัดหน้าหนีอย่างงอนๆ  ผมเดินไปกับไอ้พี่คนนี้ทีไรผมรู้สึกว่าตัวเองด้อยมากทุกที คนอย่างไอ้พี่ลันแค่เห็นหุ่นอย่างเดียวผู้หญิงก็หลงแล้วไหนยังจะมีหน้าตาหล่อขั้นเทพที่เป็นไปตามธรรมชาติอีก  ผู้หญิงที่ไหนไม่ชอบน่ะสิแปลก

                “ไร้สาระ” ไอ้พี่ลันส่ายหน้านิดๆ ก่อนจะหันไปกินต่อ


 

                ผมกลับไปหอหลังจากถูกไอ้พี่ลันมันบังคับให้กินข้าวกินน้ำจนอิ่มเกือบอ้วกแถมยังเทยากรอกปากผมแบบไม่มีความสงสารกันบ้างเลย  จะอ่อนโยนด้วยหน่อยก็ไม่ได้หรืออย่างไร  เชอะ!

                ผมชะงักเท้าเมื่อเดินขึ้นไปถึงชั้นที่ตัวเองอยู่  ไอ้เมฆมันยืนทำหน้าบึ้งอยู่หน้าห้องผมครับ  ผมรีบผลุบเข้ามุมทันทีเพราะหน้าตาไอ้เมฆตอนนี้น่ากลัวมาก  ถ้าผมเอาไม้ไปจิ้มตูดมันผมคงโดนฝ่าเท้ามันทาบหน้าอ่ะครับ  ทำไงดีๆๆ ดูเหมือนไอ้เมฆมันจะโกรธมากทีเดียวที่ผมไม่กลับหอซักที  จะโดนคนน่ารักฆ่าไหมหนอกู

                ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะกลั้นหายใจและเดินไปที่ห้องตัวเองไม่วายยังทำหน้าตาให้น่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้

                “มึงรู้ไหมว่ากูเป็นห่วงมากแค่ไหน” ไอ้เมฆถามเสียงเย็นโดยที่ไม่มองหน้าผมสักนิด

                “ครับผม” ผมตอบรับจ๋อยๆ

                “โทรหาก็ไม่ติด ไปตามที่ร้านก็ไม่เจอ  กูนึกอยู่นานเลยนะว่ามึงจะไปค้างที่ไหนแต่กูก็นึกไม่ออกเพราะมึงไม่รู้จักใครนอกจากกู! คราวหน้าคราวหลังหัดเปิดโทรศัพท์ซะบ้างกูจะได้ไม่ต้องกังวล  แล้วนี่มึงหายหัวไปไหนมา  ทำไมเพิ่งกลับ!?!” ไอ้เมฆมันหันมาแว้ดใส่หน้าผม  บ่นเป็นแม่เลยนะมึง

                “อ่า...ก็กูจัดหนักไปหน่อยก็เลยเมา  พี่ลันก็เลยพาไปค้างด้วย” ผมตอบเสียงเบา  ไอ้เมฆมันทึ่มคงไม่สงสัยอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้แต่เป็นไปแล้วหรอก

                “หวังว่าคงไม่ได้กันตอนเมาหรอกนะ” เหี้ย!! เสือกฉลาดรู้ทันกูอีก

                “จะให้มีอะไรวะ  กูกับพี่ลันก็แม่งเป็นผู้ชายด้วยกัน  กูเป็นผู้ชายทั้งแท่งเลยนะเว้ย” ผมพูดอย่างจริงจังก่อนจะก้มลงไปมองเป้ากางเกงเพื่อยืนยันความเป็นชาย  เอาน่า...ยังไงผมก็เป็นผู้ชายแม้จะถูกจิ้มก็เหอะนะ T^T

                “ทะลึ่งจริงๆ” ไอ้เมฆผลักหัวผม

                ผมกับไอ้เมฆเคลียร์กันเสร็จเรียบร้อยปรากฏว่าไอ้เมฆมันไม่โกรธอะไรมากมายที่ผมหายหัวไปไหนไม่บอกไม่กล่าว  พอได้รู้จักกันจริงๆ ไอ้เมฆมันนิสัยน่ารักมากเลยครับแต่เวลาโกรธนี่ก็น่ากลัวไม่หยอกเหมือนกัน  ดีนะเนี่ยที่ผมคบมันเป็นเพื่อน  ตอนแรกๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจะคบหมอนี่เป็นเพื่อนสนิทหรอกเพราะดูมันซื่อเกินไปผมไม่อยากเหนื่อยใจกับพวกซื่อๆ  มีหลายคนนะครับที่ความซื่อของมันมาพร้อมกับความโง่เง่าแต่ไอ้เมฆไม่ใช่


 

                รุ่งเช้าวันอาทิตย์ที่คิดว่าสดใสเพราะได้นอนเต็มอิ่มโดยไม่มีอาการแฮงก์เกิดขึ้นถูกทำลายเมื่อเสียงเคาะประตูบวกถีบประตูดังอึกทึกจนเกรงว่าตึกนี้ทั้งตึกจะสั่นสะเทือนไปด้วย   โอ๊ย! ไอ้ห่าเหวหอกหักตัวไหนมารบกวนการนอนของผมฟะ  ไอ้เรากะจะตื่นตอนที่แดดส่องก้นแต่ผมต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพราะเสียงเคาะประตูแบบไม่เกรงใจของผู้มาเยือน

                ผมเหลือบไปมองนาฬิกาข้อมือที่ถอดไว้ข้างหัวเตียงก่อนจะลุกขึ้นอย่างเซ็งๆ  ตี 5 ครับพี่น้อง  มันมาปลุกผมตั้งแต่ตี 5! ถ้าไอ้คนที่มาทำร้ายประตูห้องผมเป็นคนที่เคาะห้องผิดล่ะก็อย่าหวังเลยว่ามันจะกลับไปโดยสวัสดิ์ภาพ  ผมจะแร็ปด่ามันให้เสียหมาเลยคอยดูสิ!

                ผมแง้มประตูออกไปส่องดูคนที่มาเยือนด้วยสายตาที่แผ่รังสีอำมหิตพิศวาส(รู้สึกอันหลังจะไม่เกี่ยว)  รู้สึกเหมือนมีออร่าดำๆ ลอยฟุ้งออกจากตัวผมเพื่อกดดันให้คนมาเยือนสำเหนียกไว้ว่ามันไม่ควรมาปลุกผมตอนนี้  กูต้องแหกขี้ตาตื่นเพราะเสียงมึงปล้ำน้องประตูสุดที่รักกูนะเว้ย!

                และแล้วออร่าสีดำของผมก็หายวับไปกับตาเมื่อถูกออร่าสีดำของคนที่มาหากลบเสียมิด  ดวงตาคมหรี่ต่ำลงมองผมพร้อมกับคิ้วที่ขมวดมุ่น  เอ่อ...ขอโทษนะครับ  ได้ข่าวว่ากูควรโกรธที่มึงมากวนเวลานอนของกูไม่ใช่เหรอแต่ทำไมกูรู้สึกเหมือนกูถูกมึงโกรธอ่ะ  มึงไปแดกรังแตนที่ไหนมาหรือเปล่าครับไอ้พี่ลัน ทำหน้าเหมือนกูไปเผาบ้านมึงอ่ะ

                “อรุณสวัสดิ์ครับ” ผมทักด้วยสีหน้าเจื่อนๆ  เมื่อกี้ผมอุตส่าห์เก๊กหน้าดุกะว่าจะออกมาด่าซักหน่อยแต่สุดท้ายหน้าดุๆ ของผมก็ไม่ได้ใช้งานซะอย่างนั้น

                “ฉันจะไปซ้อมที่ยิม  ไปด้วยไหม?” พี่ลันคลายคิ้วที่ขมวดกันแน่นออก  สงสัยแกจะโมโหที่ผมมาเปิดประตูให้แกช้า

                “เห? ยิมเปิดด้วยเหรอครับ?” ผมถามงงๆ  วันนี้มันวันอาทิตย์นี่หว่า

                “ยิมที่มหาลัยเราเปิดให้นักศึกษาเข้ามาฝึกได้ตลอดเวลาแล้วแต่ใครจะสะดวก  เห็นบ่นว่าตัวเองตัวเล็กก็เลยมาชวน” พี่ลันพูด  อ่า...มึงมาหากูขนาดนี้กูคงจะกล้าปฏิเสธคำชวนมึงหรอก

                “อ่า...ถ้าอย่างนั้นผมขอเวลาล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ  เข้ามาก่อนสิครับ” ผมยิ้มแหยๆ ก่อนจะเปิดประตูให้กว้างกว่าเดิมเพื่อต้อนรับพี่ลัน  โชคดีนะครับที่เมื่อวานผมเพิ่งจัดห้องไปไม่อย่างนั้นพี่ลันแกคงจะรู้ว่าผมชอบวางหนังสืออย่างว่าไว้ข้างหัวเตียงแต่ตอนนี้หนังสือเหล่านั้นถูกซุกไว้ใต้เตียงเรียบร้อย  พอดีว่าผมไม่อยากให้ไอ้เมฆที่ชอบเข้ามาเล่นในห้องผมใจแตกเพราะหนังสือเหล่านั้นอ่ะครับ แฮะๆ


 

                เพราะไอ้พี่ลันเร่งให้ผมรีบจนผมลืมชวนไอ้เมฆออกไปฝึกด้วย  แต่เพราะอย่างนั้นแหละครับผมกับไอ้พี่ลันก็เลยได้มาอยู่ในโรงยิมกันสองต่อสอง  ไอ้เราก็นึกว่าจะมีคนมาฝึกเยอะแยะ  ที่ไหนได้ไม่มีใครเลย  วังเวงแบบนี้ผมอึดอัดมากครับ

                “ประมาณ 6  โมงก็เริ่มมีคนมาแล้ว” เหมือนอ่านใจผมออก  ไอ้พี่ลันที่เพิ่งไปหยิบอุปกรณ์มาซ้อมพูดขึ้น  แต่ตอนนี้มันเพิ่งจะตี 5:20 เองนะ  ให้เค้าอยู่กับพี่ลันสองต่อสองแบบนี้เดี๋ยวเค้าก็โดนกดหรอก(กระแดะจริงกู)

                วันนี้พี่ลันหล่อมากครับ  ขนาดยังมึนๆ เพราะมีอาการเมาขี้ตาแต่แกยังหล่อได้อีก  แกสวมชุดออกกำลังกายได้ดูดีสุดๆ เพราะหุ่นแกดี  พี่ลันใส่กางเกงขาสามส่วนที่ผ้าบริเวณต้นขาจะย้วยๆ แล้วมันจะรัดตรงหัวเข่าสีเทาซึ่งนั่นก็ทำให้ขาแกดูยาวสวย  ขาที่โผล่พ้นเนื้อผ้ามานั้นเนียนมากครับ ขนงี้แทบไม่มี  ส่วนท่อนบนพี่แกสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเหลืองอ๋อยทับเสื้อกล้ามสีดำขลับมาพร้อมกับรองเท้าผ้าใบของ DC สีเหลืองดำ  ผมซอยสั้นชี้โด่ชี้เด่ไม่เป็นระเบียบยิ่งทำให้แกดูมาดแมนสมเป็นนักกีฬา  ผมไม่อยากเห็นไอ้พี่ลันเลยจริงๆ  เห็นทีไรต่อมอิจฉามันทำงานหนักทุกที

                “พี่ลัน มานี่ๆ” ผมกวักมือเรียกไอ้พี่ลันขณะที่แกกำลังเช็ดเป้าล่อตีนอยู่  ผมจะเอาผมแกลงให้เรียบร้อยครับเพราะผมทรงนี้มันดูหล่อแปลกตา  พอไม่คุ้นผมก็มักจะมองบ่อย  ผมไม่อยากให้แกสงสัยว่าผมคิดอะไรกับแกหรือเปล่าถึงมองแกบ่อยขนาดนั้น  ที่จริงก็ไม่ได้คิดอะไรนะครับ  แค่เห็นว่าแกหล่อเท่านั้นเอง จริงๆ นะ  เชื่อผมสิ

                “อะไร?” พี่ลันเดินมาหาผมก่อนจะขมวดคิ้วงงๆ 

                ผมดึงคอเสื้อไอ้พี่ลันลงมาก่อนจะลูบผมแกลง  จังหวะที่พี่ลันเงยหน้าขึ้นหน้าผากแกเฉียดปลายจมูกผมไปนิดหน่อยก่อนที่แกจะชะงัก  พี่ลันชะงักได้ตรงจุดมากครับ  ทำไมมึงไม่ชะงักหลังจากมันยืนตรงดีๆ แล้วล่ะครับพี่  มึงมาชะงักตอนที่จมูกมึงกับจมูกกูจรดกันทำไมวะครับ  หน้ากูร้อนเลย

ชิ! อย่ามองตาสิวะ  เดี๋ยวหน้ากูก็ระเบิดหรอกเฮ้ย  แล้วมึงจะค้างอยู่ท่านี้อีกนานไหมครับ  ช่วยขยับออกไปได้ไหมเพราะกูขยับเองไม่ได้  ตัวกูแข็งเป็นหินแล้วเนี่ย

ขณะที่ผมกำลังก่นด่าไอ้พี่ลันในใจริมฝีปากของผมก็แนบสนิทชิดเชื้อกับริมฝีปากของไอ้พี่ลัน  เอาอีกแล้ว...ได้เวลาหวิวอีกแล้วกู  ผมหลับตาปี๋เม้มปากแน่นเพราะตกใจแต่เม้มได้ไม่นานไอ้พี่ลันก็บีบแก้มผมจนริมฝีปากผมเผยอขึ้นรับกับริมฝีปากแก

ตัวผมถูกดันจนหลังชนผนังโรงยิมก่อนมือทั้งสองข้างจะถูกตรึงไว้กับผนัง  ถ้าปากว่างผมจะตะโกนบอกพี่ลันดังๆ เลยครับว่า ถึงไม่ขึงกูไว้  กูก็ไม่ขัดขืนมึงหรอกไอ้ห่า  ที่ไม่ขัดขืนไม่ใช่เพราะผมใจง่ายนะแต่เป็นเพราะมันระทวยจนไม่มีแรงน่ะสิ   ถ้าไอ้พี่นี่คิดจะปล้ำผมล่ะก็มันคงจะปล้ำผมได้อย่าง่ายดายเลยล่ะครับ  ตอนไหนผมจะชินกับจูบของแกซักทีนะ  ถ้าชินแล้วผมก็คงจะไม่ระทวยจนแข้งขาอ่อนแบบนี้หรอก

“พี่ลัน...” ผมเอามือวางทาบไว้บนไหล่แกก่อนจะดันออกเบาๆ  กูหายใจไม่ทันครับพี่  เมื่อผมเอียงหน้าหลบเพื่อไปหายใจแกก็คงคิดว่าผมหันหน้าหนีแก  เมื่อไม่ได้หน้าแกก็ก้มลงซุกที่ซอกคอผมทันที เอื๊อก! จั๊กจี้เว้ย

ผมเงยหน้าขึ้นสูงก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพราะผมรู้สึกว่าผมหายใจไม่ทั่วท้องเหมือนตับไตไส้พุงผมมันปั่นรวมกัน  หัวใจเต้นระรัวเร็วจนเหมือนจะทะลุออกมาเต้นแทงโก้โชว์ไอ้พี่ลัน  ผมอยากจะบอกให้แกหยุดแต่เสียงของผมมันหายลงไปในลำคอทุกครั้งที่พยายามจะพูด  ความรู้สึกเสียววาบมันแล่นผ่านสันหลังขึ้นไปที่ท้ายทอยก่อนขนจะลุกซู่  ยิ่งถูกมือเย็นๆ ล้วงเข้ามาในเสื้อผมยิ่งเสียววาบๆ จนร่างกายสั่นเทิ้ม  อิพี่...มึงหยุดเถอะ!

“ทำ...ได้ไหม?” ไอ้พี่ลันผละหน้าออกจากคอผมก่อนจะถามด้วยเสียงที่ฟังดูแล้วแทบละลายลงไปกองแทบเท้า  ดวงตาพราวระยับวิ้งวับสบตาผมเหมือนจะอ้อนจนผมเกือบจะพยักหน้าตกลงแต่โชคดีที่ผมยังมีสติสตางค์จึงส่ายหน้าปฏิเสธไป

พี่ลันรั้งเอวของผมเข้าหาตัวเหมือนไม่พอใจในคำตอบ  ลำแขนแกร่งกดร่างผมเสมือนจะให้จมหายเข้าไปในร่างของตัวเองจนผมขยับไปไหนไม่ได้   ปล่อยเถอะ! ถ้าอารมณ์กูขึ้นแล้วมันจะไม่ดี  นะพี่นะ T^T  ขอร้องเถอะ  กูไม่อยากอับอายต่อหน้ามึงนะพี่

“พี่ลัน  ปล่อยเถอะครับ” ผมทุบอกพี่ลันเบาๆ เพื่อให้แกปล่อยผมแต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุยิ่งบอกให้ปล่อยพี่แกก็ยิ่งกดเอวผมเข้าหาตัวเองมากขึ้น

“นายยั่วฉันเหรอ?” หา!?! กูไปยั่วมึงตอนไหนครับพี่!!  ที่กูทุบเบาๆ ก็เพราะไม่อยากให้มึงจุก  นี่กูสงสารมึงนะครับ!!

“พี่ลัน! เราไม่ควรทำอะไรแบบนี้นะครับ  มันไม่ถูกต้อง  เราเป็นผู้ชายทั้งคู่อีกอย่างที่นี่ก็เป็นมหาวิทยาลัย มันผิด!” พอนึกถึงเรื่องศีลธรรมผมก็ปัดความเขินออกไปพลางพูดอย่างจริงจัง

“แต่เราก็เคยมีอะไรกันมาแล้ว” พี่ลันขมวดคิ้วนิดๆ เนื่องจากไม่พอใจที่ผมขัดขืน

“นั่นเพราะเราไม่รู้ตัว  ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก” ผมขมวดคิ้วบ้างก่อนจะเบนสายตาหลบตาพี่ลัน

“มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ผมไม่รู้” ก็คนมันเมาไม่ได้สตินี่หว่าแล้วจะเอาเวลาไหนไปเพลิดเพลินกับรสสวาทของมึงกันล่ะครับ?  กูจำไม่ได้หรอกว่ามันรู้สึกอย่างไร

“งั้น...ถ้าแค่จูบล่ะ?” ไอ้พี่ลันก้มหน้าลงมาผมจึงเอนตัวไปข้างหลังเพื่อหลบ “ถ้านายจูบฉันก่อนล่ะก็ฉันจะไม่ทำอะไรนายก็ได้” ไอ้พี่ลันต่อรอง  นี่พี่แกไปมีอารมณ์มาจากไหนวะ!?!

“พี่ลัน...จะอะไรมันก็ไม่ถูกทั้งนั้นแหละ” ผมเบ้หน้า  ตอนนี้ผมเริ่มจูบเป็นแล้วก็จริงแต่ส่วนมากผมเป็นผู้ตาม  จะให้ไปจูบใครก่อนผมทำไม่ได้หรอก  อีกอย่าง...ผมก็ไม่ได้อยากจูบกับพี่ลันขนาดนั้นเสียหน่อย  ที่ทำทุกครั้งเพราะบรรยากาศมันพาไปต่างหาก

“ถ้าอย่างนั้น...” ไอ้พี่ลันทำเสียงเจ้าเล่ห์ก่อนจะเลื่อนมือที่ตะปบเอวผมอยู่ลงต่ำไปเรื่อยๆ แต่ก่อนที่มือแกจะสัมผัสกับบั้นท้ายของผมผมก็รีบเขย่งเท้าขึ้นจุ๊บที่ปากแกเบาๆ ทันที  ขืนให้แกยุ่งกับประตูเมืองผมอีกล่ะก็อีกนานกว่ามันจะหายบวม  ตอนนี้ก็ยังไม่หายเจ็บเลยเนี่ย

“พอใจหรือยัง?” ผมถามอย่างไม่พอใจ

“โอเค วันนี้ปล่อยไปก่อนก็ได้” พี่ลันคลายอ้อมแขนที่รัดเอวผมออกก่อนที่ผมจะรีบพุ่งตัวหลบรัศมีวงแขนไอ้พี่ลันอย่างรวดเร็ว  โฮ่! โล่งอกหน่อย  ตับไตไส้พุงผมกลับมาประจำตำแหน่งไม่ปั่นรวมกันเหมือนเมื่อกี้แล้วล่ะครับแต่หัวใจก็ยังเต้นแรงไม่หยุดเลย

“พี่เป็นเกย์เหรอ?” ผมถามก่อนจะทำหน้าแหยงๆ

“เปล่านี่  แค่คาใจเรื่องความรู้สึกตอนมีอะไรกับนายก็เท่านั้น” ไอ้พี่ลันตอบหน้าตาเฉย

“หมายความว่า...” ผมอ้าปากค้าง

“ใช่ ถ้ายังไม่ได้พิสูจน์ความรู้สึกนั้นนายก็ไปไหนไม่ได้  ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้มันยืดเยื้อก็รีบเตรียมตัวเตรียมใจเข้าล่ะ ฮึๆ” ไอ้พี่ลันยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินไปหยิบเป้าล่อตีนมาถือไว้ในมือ  นี่พี่ยังมีอารมณ์จะให้ผมซ้อมกับพี่อยู่อีกเหรอ?  พระเจ้า!! นายคนนี้เปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วยิ่งกว่าจิ้งจกเปลี่ยนสีซะอีก!

“ผมกลับแล้ว!” ผมทำหน้าอยากร้องไห้ก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกจากโรงยิม  จะให้ผมฝึกกับคนที่คิดจะปล้ำผมเนี่ยนะ  ไม่มีทางซะล่ะ  ไอ้พี่ลัน...ไอ้ตัวอันตราย  ไอ้เราก็นึกว่าจะเป็นคนเงียบขรึมทั้งอารมณ์ที่แสดงออกมาและอารมณ์ทางเพศ  ที่ไหนได้! อารมณ์ใต้ร่มผ้าของแกไม่ได้ขรึมเหมือนนิสัยเลย!!  ต่อไปนี้ผมจะไม่หลงกลไปไหนมาไหนกับไอ้พี่ลันสองต่อสองอีกแน่นอนเพราะถ้าผมพลาดผมอาจจะเข้าไปนอนแก้ผ้าในห้องแกแบบไม่รู้ตัวก็ได้

“ให้ไปส่งไหม?” ไอ้พี่ลันตะโกนถาม

“ไม่ต้อง!” ผมหันไปตะโกนใส่แกก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีอย่างรวดเร็ว  ยอมเสียเงินค่ารถเมล์ดีกว่าเสียตัวให้ผู้ชายล่ะวะ!!

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ฮัลโหยววววว  แอบมาอัพก่อนไปสอบจ้า ฮุๆๆ
ตอนนี้แอบเซอร์วิสเบาๆ เพราะตอนหน้ามีดาราม่าอ่ะ!! O_o
มีคำผิดบอกเค้าด้วยนะ พลีสๆๆ

ตัวอย่างตอนต่อไป...
อิพี่ลันนึกสนุกอยากแกล้งน้องไอที่น่ารัก(?)เลยทำให้น้องมันงอนแดก!!
มีเพื่อนใหม่ในกลุ่มน้องไอโผล่เพิ่มมาหนึ่งหนุ่ม  เป็นหนุ่มซื่อๆ (แต่เมะ) ที่ไม่มีเพื่อนเพราะเวลาพูดมักหลุดสำเนียงบ้านเกิด!
แล้วอิพี่ลันจะง้อน้องไหมนะ? นิสัยอย่างพี่มันจะง้อน้องเป็นหรือไม่? แล้วน้องจะยอมให้ไอ้พี่ลันมันอะจะป่ะจึ๊หรือเปล่า!?!

สปอยล์เยอะไปไม่ดี ฮี่ๆ บ๊ายบายนะจ๊ะรีดเดอร์ที่น่ารัก  เดี๋ยวสอบเสร็จเค้ามาลงให้อ่านอีกนะ  เม้นเยอะๆ นะที่รัก จุ๊บๆ

 

Comment

Comment:

Tweet

#9 By (171.4.84.115|171.4.84.115) on 2014-12-16 22:20

#8 By (49.230.222.22|49.230.222.22) on 2014-11-30 19:44

#7 By (203.106.149.145|203.106.149.145) on 2014-05-25 13:37

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#6 By (1.10.248.104|1.10.248.104) on 2014-03-10 18:19

ยังไงแกก็จะเอายอมๆๆแกไปเถอะ คริคริ
มาคู่กับพี่เสือใช่ม่ะ. ต้องง้อน้องนะพี่เตี้ย

#5 By shshshx (171.7.196.84|171.7.196.84) on 2014-03-09 10:45

น้องไอถึงกับยอมเสียค่ารถเมย์!!
55555555

#4 By LooknamTK on 2013-08-11 22:58

พี่ลันแบบว่า บทจะอ่าฮ้า ก็อ่าฮ้าเลยนะเฮีย 

#3 By future-cartoon on 2013-05-10 17:45

หุหุ อยากได้ถึงเวลานั้นเร็วๆ 

#2 By ungpao.tar on 2013-03-20 22:57

ว้าว หนุกแน่ 

#1 By ดิว (103.7.57.18|180.214.211.218) on 2013-03-13 16:23