Rule 10 : รักน้องต้องปล้ำ!(?)

                ผมกับไอ้พี่ลันเดินจนมืดค่ำและได้ของกินมาเต็มมือ  ตอนนี้คนเริ่มเยอะพวกเราจึงกลับมาที่รถและเปิดกระบะรถเพื่อนั่งกินอาหารที่เราซื้อมา  ไอ้ที่ผมเลือกมามีแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นแหละครับส่วนของไอ้พี่ลันไม่ต้องพูดถึง  จัดหนักมาก!

                “ทำไมกินเยอะจังเลย?” ผมถามเมื่อเห็นไอ้พี่ลันโยนขยะถุงแล้วถุงเล่าลงถังขยะ  ขยะเหล่านั้นล้วนเป็นวัสดุที่ห่ออาหารของไอ้พี่ลันครับ

                “ไม่รู้  ก็กินอย่างนี้ประจำ” พี่ลันบอกก่อนจะหันไปดูดน้ำหวานล้างปาก

                “แต่พี่ดูไม่อ้วนเลย  ทำอย่างไรครับเนี่ย?” ผมถาม  ไอ้เราก็อิจฉาหุ่นพี่แกเพราะเราอยากจะมีแบบนี้บ้างเหมือนกัน

                “ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่  อาจจะเป็นเพราะฉันฝึกที่ยิมเกือบทุกวันล่ะมั้ง” พี่ลันพูดก่อนจะหันไปซัดอาหารอีกชุด

                “งั้นหรือ? ผมอยากหุ่นดีบ้างจัง เฮ้อ” ผมก้มลงมองหน้าท้องของตัวเองก่อนจะสบถ  ผมเองก็ฝึกประจำนะแต่ทำไมหน้าท้องผมยังแบนราบแบบนี้ล่ะเนี่ย?

                “คิดว่าตัวเองผอมล่ะสิ” พี่ลันหรี่ตามองหน้าท้องของผมเล็กน้อยผมจึงพยักหน้า “ไม่ได้ผอมหรอก  โครงร่างนายมันเล็ก  หุ่นเท่านี้กำลังพอดี” พี่ลันพูด  ผมเบือนหน้าหนี  กูร้อนที่หน้าอีกแล้วครับ

                “พี่ก็พูดได้สิ  พี่หุ่นดีนี่” ผมค้อน

                ไอ้พี่ลันวางของกินไว้ข้างตัวก่อนจะรวบเสื้อของผมให้มันแนบติดเนื้อเพื่อดูสัดส่วน  แกรวบเสื้อตัวเองบ้างก่อนจะมองหุ่นของผมกับหุ่นของแกสลับกัน  ผมเองก็มองเห็นถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง  ทั้งความหนาความยาวผมแพ้พี่แกแบบหลุดลุ่ยเลยครับ  โอ๊ย!! ทำไมถึงหุ่นดีแบบนี้นะ

                “โครงสร้างร่างกายของนายมันเล็ก  กระดูกก็เล็กกว่าของฉันไม่แปลกที่หุ่นจะไม่เท่ากัน  ผู้ชายที่ตัวเล็กกว่านายก็มีออกเยอะแยะจะน้อยใจไปทำไม  ดูอย่างน้องเมฆสิ  ตัวก็เล็กแถมยังเตี้ยอีก น้องเขายังไม่บ่นเลย” ไอ้พี่ลันพูด  โฮ่! พูดให้กำลังใจคนอื่นก็เป็นหรือนายคนนี้  รู้สึกดีจัง

                “มันบ่นกรอกหูผมทุกวันต่างหาก  คราวหน้าผมจะไม่อยู่ใกล้พี่แล้ว  มันเห็นความแตกต่างชัดเจนเกินไป” ผมสะบัดหน้าหนีอย่างงอนๆ  ผมเดินไปกับไอ้พี่คนนี้ทีไรผมรู้สึกว่าตัวเองด้อยมากทุกที คนอย่างไอ้พี่ลันแค่เห็นหุ่นอย่างเดียวผู้หญิงก็หลงแล้วไหนยังจะมีหน้าตาหล่อขั้นเทพที่เป็นไปตามธรรมชาติอีก  ผู้หญิงที่ไหนไม่ชอบน่ะสิแปลก

                “ไร้สาระ” ไอ้พี่ลันส่ายหน้านิดๆ ก่อนจะหันไปกินต่อ


 

                ผมกลับไปหอหลังจากถูกไอ้พี่ลันมันบังคับให้กินข้าวกินน้ำจนอิ่มเกือบอ้วกแถมยังเทยากรอกปากผมแบบไม่มีความสงสารกันบ้างเลย  จะอ่อนโยนด้วยหน่อยก็ไม่ได้หรืออย่างไร  เชอะ!

                ผมชะงักเท้าเมื่อเดินขึ้นไปถึงชั้นที่ตัวเองอยู่  ไอ้เมฆมันยืนทำหน้าบึ้งอยู่หน้าห้องผมครับ  ผมรีบผลุบเข้ามุมทันทีเพราะหน้าตาไอ้เมฆตอนนี้น่ากลัวมาก  ถ้าผมเอาไม้ไปจิ้มตูดมันผมคงโดนฝ่าเท้ามันทาบหน้าอ่ะครับ  ทำไงดีๆๆ ดูเหมือนไอ้เมฆมันจะโกรธมากทีเดียวที่ผมไม่กลับหอซักที  จะโดนคนน่ารักฆ่าไหมหนอกู

                ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะกลั้นหายใจและเดินไปที่ห้องตัวเองไม่วายยังทำหน้าตาให้น่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้

                “มึงรู้ไหมว่ากูเป็นห่วงมากแค่ไหน” ไอ้เมฆถามเสียงเย็นโดยที่ไม่มองหน้าผมสักนิด

                “ครับผม” ผมตอบรับจ๋อยๆ

                “โทรหาก็ไม่ติด ไปตามที่ร้านก็ไม่เจอ  กูนึกอยู่นานเลยนะว่ามึงจะไปค้างที่ไหนแต่กูก็นึกไม่ออกเพราะมึงไม่รู้จักใครนอกจากกู! คราวหน้าคราวหลังหัดเปิดโทรศัพท์ซะบ้างกูจะได้ไม่ต้องกังวล  แล้วนี่มึงหายหัวไปไหนมา  ทำไมเพิ่งกลับ!?!” ไอ้เมฆมันหันมาแว้ดใส่หน้าผม  บ่นเป็นแม่เลยนะมึง

                “อ่า...ก็กูจัดหนักไปหน่อยก็เลยเมา  พี่ลันก็เลยพาไปค้างด้วย” ผมตอบเสียงเบา  ไอ้เมฆมันทึ่มคงไม่สงสัยอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้แต่เป็นไปแล้วหรอก

                “หวังว่าคงไม่ได้กันตอนเมาหรอกนะ” เหี้ย!! เสือกฉลาดรู้ทันกูอีก

                “จะให้มีอะไรวะ  กูกับพี่ลันก็แม่งเป็นผู้ชายด้วยกัน  กูเป็นผู้ชายทั้งแท่งเลยนะเว้ย” ผมพูดอย่างจริงจังก่อนจะก้มลงไปมองเป้ากางเกงเพื่อยืนยันความเป็นชาย