Rule 7 : รักน้องต้องเป็นพี่รหัส


 

ผมเดินกลับไปหาไอ้เมฆที่เปลี่ยนจากเสื้อช็อปเป็นชุดพละก่อนจะเดินไปรวมกลุ่มกับพวกบีกินเนอร์โดยมีครูฝึกมีฝึกให้  ไอ้ครูฝึกที่ว่าผมก็นึกว่าจะเป็นชายวัยกลางคนตัวบึ้กๆ แต่ที่จริงกลับเป็นหนุ่มหล่อรูปร่างดีที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องเหลียวหลัง  ไอ้พี่ลันนั่นเอง

“ผม...นายรุจิกรจะมาเป็นครูฝึกชั่วคราวให้กับพวกคุณเนื่องจากครูฝึกท่านไม่สบาย  ผมบอกไว้ก่อนว่าตลอดเวลาที่ผมเป็นครูฝึกทุกคนจะต้องตั้งใจไม่อย่างนั้นผมจะลงโทษ  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์คงจะรู้ดีว่าผมจะลงโทษอย่างไร” ไอ้พี่ลันยืนท่าตามระเบียบพักก่อนจะพูดเสียงดังฟังชัดสมเป็นพี่ว้าก  ผมว่ากล่องเสียงไอ้พี่ลันต้องอักเสบบ่อยแน่ๆ เพราะพี่แกชอบว้ากสดกับคนหลายสิบคน  ตอนนี้เสียงหล่อๆ ของแกก็เริ่มแหบแห้งอีกแล้วล่ะครับ

“ส่วนผมรุจิภาสเป็นครูฝึกชั่วคราวเหมือนกัน  ผมเป็นประธานปกครองปี่สี่คณะวิศวะ คงจะรู้ดีว่าถ้าไม่ตั้งใจฝึกจะเกิดอะไรขึ้น” ไอ้สองพี่นี่มันขู่เก่งจังวะ  แต่จะว่าไป...ไอ้สองพี่นี่มันเป็นพี่น้องกันแน่เลย  ผมรู้สึกทะแม่งๆ มาตั้งแต่ที่เห็นหน้าของไอ้พี่ลุกซ์แล้วล่ะครับ  หน้าไอ้พี่ลุกซ์คล้ายๆ กับไอ้พี่ลันตงิดๆ  ยิ่งรู้ชื่อจริงแล้วผมยิ่งมั่นใจแล้วล่ะครับว่าไอ้สองพี่นี่เป็นพี่น้องกัน  นิสัยดุๆ ยังเหมือนกันอีกต่างหาก

“แม่ง ซวยว่ะ” ไอ้เมฆเอียงหน้ามากระซิบบ่นกับผมเบาๆ ผมจึงรีบผลักหน้ามันออก  นี่มึงยังไม่เข็ดอีกเหรอวะว่าถ้ากระซิบกันต่อหน้าไอ้พี่ลุกซ์มันจะเกิดอะไรขึ้น

“เอาล่ะครับ  ให้พวกคุณจับคู่กันเพื่อซ้อมเตะคนละร้อยครั้งสำหรับผู้ชาย ห้าสิบครั้งสำหรับผู้หญิง  ผมจะทำให้ดูเป็นตัวอย่าง” ไอ้พี่ลันพูดก่อนจะโยนเป้าล่อตีนให้ไอ้พี่ลุกซ์ถือ  หน้าพี่ลันดูสะใจๆ อย่างไรก็ไม่รู้แฮะ  แกจะทำอะไรของแกกันแน่เนี่ย

ตุบ! ตุบ! ไอ้พี่ลันเงื้อขาสูงเตะเข้าที่เป้าที่ไอ้พี่ลุกซ์ถือไว้ในระดับใบหน้าและเนื่องจากไอ้พี่ลันใส่แรงเข้าไปเต็มเหนี่ยวเป้าที่ไอ้พี่ลุกซ์ถือจึงหลุดออกจากมือไปกระทบใบหน้าไอ้พี่ลุกซ์เข้าอย่างจัง  มิน่าล่ะ...หน้าไอ้พี่ลันก่อนเตะมันดูมีเลศนัยอย่างไรก็ไม่รู้

“แบบนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะครับ  คนที่ถือเป้าจะต้องถือให้มั่นๆ อย่าถือเหลาะแหละไม่อย่างนั้นคุณจะเจ็บตัว” ไอ้พี่ลันพูดหลังจากทำแสบเอาไว้  พวกผมอึ้งอยู่สักพัก  อยากจะหัวเราะอยู่หรอกแต่กลัวว่าไอ้ประธานปกครองปีสี่จะลงโทษเอา  หน้าไอ้พี่ลุกซ์ตอนนี้เหมือนคนพร้อมที่จะทำการฆาตกรรมอย่างไรอย่างนั้น  ผมว่านะ...ถ้าตอนนี้สองคนนี้ไม่ได้อยู่ต่อหน้าพวกผมมันคงต่อยกันไปแล้ว

หลังจากดูตัวอย่างผมก็ลุกขึ้นไปเอาเป้ามาล่อตีนไอ้เมฆมัน  ผมจะให้มันเตะก่อนเพราะผมจะดูฟอร์มการเล่นของมันถ้ามีอะไรไม่เข้าทีผมจะได้แก้ให้มันได้

“ดูคล่องแคล่วดีนี่” เสียงทุ้มต่ำมุดดินดังขึ้นข้างหลังผมจึงรีบหันไปมองส่วนไอ้เมฆก็รีบไหว้สวัสดีไอ้พี่ครูฝึกชั่วคราวทันที  พอไอ้เมฆไหว้เสร็จมันก็กระดึ๊บๆ มาอยู่ข้างหลังผมด้วยความหวาดผวา

“อ่า สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้ไอ้พี่ลุกซ์เมื่อหันไปป๊ะกับแก  ทำไมต้องเข้ามาทักด้วยวะ  กูไม่อยากยุ่งกับอิทธิพล(มืด)

“ไม่คิดว่าพวกนายจะเข้าชมรมนี้กันนะ  ดูเหมือนจะยังไม่เป็นกันเลยนี่” ไอ้พี่ลุกซ์มองพวกผมเหยียดๆ ก่อนจะก้มลงมองสายคาดเอวที่ผมคาดอยู่ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นมือใหม่ส่วนไอ้เมฆไม่ต้องมองสายก็รู้ว่าใหม่  จะให้มองสายที่ไหนล่ะครับในเมื่อมันใส่ชุดพละอยู่ เหอๆ

“ก็ต้องขอความกรุณาจากรุ่นพี่ด้วยนะครับ” ผมยิ้มนิดๆ แสดงความอวดดีหน่อยๆ  ไอ้พี่ลุกซ์สายดำก็จริงแต่จะเก่งซักแค่ไหนกันเชียว  ผมอยากล้มไอ้พี่บ้านี่ต่อหน้าทุกคนให้มันอับอายขายขี้หน้าจริงๆ หมั่นไส้

“อวดดีเหมือนเดิม  ลองวิ่งรอบโรงยิมซักสิบรอบเป็นไง?” ไอ้พี่ลุกซ์กอดอกจ้องหน้าผมด้วยสายตานิ่งๆ  สายตาเหมือนไอ้พี่ลันไม่มีผิดแต่ของไอ้พี่ลุกซ์ดูน่ากลัวกว่าหน่อย

ผมหันไปมองหน้าไอ้เมฆเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า  พวกเราค่อยๆ ออกวิ่งด้วยกันท่ามกลางสายตาคนทั้งยิม  คงจะมองเด็กใหม่อย่างพวกผม  ทั้งๆ ที่เพิ่งเข้ามาก็ถูกสั่งทำโทษเสียแล้ว  กวนตีนใส่ไอ้พี่ลุกซ์ไม่ได้เลยจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย  เอะอะอะไรก็สั่งทำโทษอย่างเดียว


 

“ทำไมพี่แกโหดจังวะ  ถ้าไม่ชอบใจพวกเราแล้วเข้ามาทักตั้งแต่แรกทำไม แฮ่ก!” ไอ้เมฆวิ่งไปบ่นไปพลางหอบหายใจถี่รัวเพราะความเหนื่อย วิ่งได้เพียงสองรอบไอ้เมฆก็หอบแล้วล่ะครับ  ไอ้นี่มันร่างกายอ่อนแอจริงๆ ให้ตายเถอะ

“กูว่างั้นแหละ  สงสัยหน้าพวกเราเหมือนแฟนใหม่ของแฟนเก่ามันมั้ง” ผมพูดลอยๆ  ไอ้เมฆหันมามองหน้าผมงงๆ ก่อนจะยิ้มนิดๆ กับมุขควายงงของผม

“ไอ  ย้ายออกตอนนี้ทันไหมมึง?” ไอ้เมฆหันมาถามด้วยหน้าตาหมาหงอย

“ไม่ทันแล้ว  เอาเป็นว่าจนกว่าครูฝึกจะหายดีเราก็ต้องทนต่อไป  คงอีกไม่นานหรอกน่า” ผมพูดปลอบใจ  มึงเสียค่าลงทะบียนเรียนไปแล้วมึงก็ต้องเอาให้มันคุ้มสิวะ  ดูเหมือนไอ้เมฆจะกลัวไอ้พี่ลุกซ์มากเหลือเกิน  ก็ไอ้พี่ลุกซ์มันทำให้ไอ้เมฆร้องไห้ต่อหน้าประชาชีทั้งหลายในร้านเหล้านี่หว่า

“ฮู่ว แม่งเหนื่อยว่ะ” ไอ้เมฆบ่น  ตอนนี้หน้าของไอ้เมฆเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ  ถ้าให้วิ่งอีกสักสองรอบผมว่าหน้าไอ้หมอนี่ระเบิดแน่ๆ

“เอางี้ไหมเมฆ  มึงแกล้งเป็นลมจะได้ไปพัก” ผมบอก  สำหรับคนถึกๆ อย่างผมวิ่งสิบรอบมันไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างไอ้เมฆนี่น่าสงสาร

“ไม่เอา  กูอายผู้หญิง” ไอ้เมฆมองดูผู้หญิงที่ส่งเสียงฮึฮะพลางเตะเป้าล่ออย่างขยันขันแข็งด้วยท่าทีที่ห้าวหาญจนผู้ชายอย่างผมถึงกับอายอยากมุดกระโปรงนักศึกษาหนีจริงๆ (มีจุดประสงค์อื่นภายใต้เงื่อนไขมุดกระโปรง เหอๆ)

“งั้น...แกล้งเป็นหอบหืดก็ได้  เอาให้เนียนนะมึง” ผมเสนอ  ที่จริงผมอยากจะพักเหมือนกันนั่นแหละวะก็แค่อยากเกาะไอ้เมฆพักด้วยเท่านั้นเอง (กูนี่มันเด็กเปรตจริงๆ)

“ไม่ต้องแกล้งหรอก  กูเป็นจริงๆ” ไอ้เมฆยิ้มแหยๆ  เหี้ย!! นอกจากจะตัวเล็กแล้วยังมีโรคประจำตัวแบบนี้อีก  เมฆเอ๊ย กูว่ามึงไปเกิดเป็นผู้หญิงเหอะ  ถึงตอนนั้นกูจะจีบมึงเองนะเพื่อน

“งั้นมึงแกล้งเป็นตอนนี้เลย   ขืนวิ่งถึงสิบรอบถึงไม่ต้องแกล้งกูว่าหอบมึงขึ้นจริงๆ แน่” ผมรีบพูด  ก็หน้าไอ้เมฆตอนนี้เริ่มไปแล้วครับ  แดงก่ำจนผมรู้สึกร้อนแทนอีกทั้งตามันยังปรือๆ เหมือนคนจะหลับอีก  คงจะเหนื่อยแทบดิ้นแล้วล่ะสิ

“ถ้าถูกจับได้ล่ะมึง” ไอ้เมฆทำหน้าแหยๆ

“เออน่า เดี๋ยวกูจัดการเอง” ผมยกยิ้ม  ไอ้เมฆในตอนนี้ถึงไม่ชักก็คงมีคนเชื่อว่ามันป่วย


 

หลังจากหาตำแหน่งเหมาะๆ ในการชักกระตุกแล้วพวกเราก็ตัดสินใจให้ไอ้เมฆไปชักตรงหน้าไอ้พี่ลุกซ์ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย  ไอ้เมฆแกล้งล้มลงก่อนจะเบิกตากว้างทำท่าทางทรมาน  ผมก็แสร้งทำเป็นตกใจก่อนจะรีบไปพยุงไอ้เมฆและส่งเสียงดังๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ

“ช่วยด้วยครับ! เพื่อนผมเป็นอะไรก็ไม่รู้!?!” ผมตะโกนหาคนช่วยก่อนจะแอบเหลือบตามองไอ้พี่ลุกซ์ที่ทำหน้าตื่นๆ

“เป็นอะไร!?!” ไอ้พี่ลุกซ์ที่อยู่ใกล้สุดพุ่งเข้ามาหาพวกเราเป็นคนแรก

“เมฆ...แกล้งกัดลิ้นนะมึง” ผมก้มลงไปกระซิบกับไอ้เมฆระหว่างที่คนชุลมุนมาเป็นไทยมุง

“ถอยออกไปก่อน!! อย่ามุง!!” เป็นไอ้พี่ลันนั่นเองที่มาเคลียร์สถานการณ์วุ่นวาย  พอมีคนมามุงใกล้ๆ แบบนี้ผมก็ชักจะอึดอัด  ต้องขอบคุณไอ้พี่ลันจริงๆ ที่มาช่วยระบายอากาศ

“ไอ้เมฆจะกัดลิ้นตัวเองแล้วครับ  ทำไงดีอ่ะ!?!” ผมแสร้งทำหน้าตื่นกลัวพลางลนลานทำอะไรไม่ถูก

“หาอะไรให้กัดก่อนสิ เร็วๆ” ไอ้พี่ลันตบหัวไอ้พี่ลุกซ์ที่เอาแต่นั่งมองไอ้เมฆก่อนจะสั่ง  ไอ้พี่ลุกซ์เห็นทำหน้าตานิ่งๆ แบบนี้ผมว่าคงจะลนลานไม่แพ้กันแน่

“เมฆ...กัดแรงๆ นะมึง” ผมแสยะยิ้มนิดหน่อยเมื่อมองไปที่มือของไอ้พี่ลุกซ์ ฮึๆ แผนการร้ายเกิดขึ้นในสมองเท่าเม็ดถั่วของผม  ก่อนที่ไอ้พี่ลุกซ์จะไปหาอะไรมาให้ไอ้เมฆกัดผมก็รีบดึงมือของพี่แกมายัดใส่ปากของไอ้เมฆทันที

“อ๊ากกกกกก!!!” ไอ้พี่ลุกซ์ร้องโหยหวนทันทีเมื่อมือของตัวเองถูกฝังเขี้ยวจมอย่างไม่ทันตั้งตัว  ส่วนผมก็เอาแต่กลั้นขำจนน้ำตาเล็ดเมื่อเห็นหน้าหล่อๆ อ้าปากกรีดร้องระบายความเจ็บ  ไอ้เมฆเองก็คงจะสะใจไม่น้อยเพราะมันกัดมือพี่ลุกซ์ไม่ปล่อยเลย  ฮ่าๆๆๆๆ โอย  กูอยากจะหัวเราะออกมาให้ดังๆ ซะจริง!

พรืด! ผมรีบหันขวับไปตามเสียงหัวเราะที่ไม่ค่อยจะคุ้นหูทันที  ผมเห็นไอ้พี่ลันแกยกมือปิดปากก่อนจะหันหน้าไปทางที่ไม่มีคน  ไหล่พี่แกห่อเล็กน้อยและสั่นเครือ  ยิ่งเห็นว่าไอ้พี่ลันมันขำผมก็อดไม่ได้ที่จะหันหน้าไปหัวเราะระบายความอึดอัด  ไอ้พี่ลุกซ์มันคงไม่ทันสังเกตหรอกครับว่าตอนนี้พวกผมกำลังหัวเราะเยาะมันอยู่  ส่วนไทยมุงที่มุงอยู่ห่างๆ หัวเราะไม่ออกครับเพราะพวกเขาคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันกำลังซีเครียด

“อ้าว! ถอยหน่อยๆ เปลมาแล้ว! พวกคุณช่วยพยุงเพื่อนมานอนเปลเร็วจะได้พาส่งโรงพยาบาล” เสียงอาจารย์ดังแทรกขึ้นมาขณะที่ผมกำลังปล่อยก๊าก  เฮ่ย! ซวยล่ะ  อาจารย์มาง่ะ  ทำไงดี  แบบนี้คงรู้กันหมดว่าพวกผมแกล้ง

“อะ...เอ่อ  ผมดีขึ้นแล้วครับ” เชี่ยเมฆ!! มึงลุกขึ้นมาทำไม?  มึงลุกมาแบบนี้แผนกูแตกระแหงหมด  ผมหุบยิ้มก่อนจะค่อยๆ มองไปที่ไอ้พี่ลุกซ์ที่ตอนนี้มันคงจะลืมความเจ็บที่มือแล้วหันมาจ้องผมด้วยสายตาอาฆาตแค้น  กูโดนเล่นแน่ครับ T^T  ไอ้เมฆ! มึงนะมึง! ค่อยไปอาการดีขึ้นตอนถึงโรงพยาบาลได้ไหมจะได้ไม่มีใครสงสัย  จากที่แกล้งหอบคราวนี้มึงได้หอบจริงแน่  ไอ้ซื่อบื้อเอ๊ย!!

“พวกคุณ!!!” ไอ้พี่ลุกซ์คำรามเสียงต่ำก่อนจะลุกเดินมาหยุดยืนตรงหน้าผมที่กำลังนั่งคุกเข่าก้มหน้า  เอ่อ...มึงพูดว่าพวกคุณก็จริงแต่ทำไมกูรู้สึกว่ามึงเล็งกูคนเดียววะครับ?

“T________________T” อยากจะร้องไห้แล้วกลับไปมุดกระโปรงนักศึกษาหญิงหนีจากไอ้โหดตรงหน้าจริงๆ  ซวยจริงๆ กู TOT

“คุณแกล้งผมเหรอ?” กูไม่ได้แกล้งครับ  ไอ้เมฆมันแกล้ง  เห็นกันชัดๆ เลยว่ากูไม่ได้เป็นคนกัดมือมึงอ่ะ

“T___________T” ผมยังก้มหน้าต่ำคิดหาทางเอาตัวรอดอยู่  คิดสิคิด  สมองอันน้อยนิดของกูรีบคิดสิ  ไอเอ๋ย มึงจะหนีจากไอ้โหดนี่อย่างไรมึงรีบคิดเร็วๆ ก่อนจะได้คลานเป็นหมารอบตึกของคณะ  เข่ากูยังช้ำไม่หายเลยครับเพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งสั่งให้กูคลานนะ

ที่พึ่งสุดท้ายของผมที่ผมจะขอความช่วยเหลือได้...ไอ้พี่ลันครับ  ช่วยเอาพี่มึงกลับเข้ากรงด่วนเลย  หน้าอย่างกับช้างตกมันที่พร้อมจะเหยียบกูให้จมดิน  ผมเหลือบตาไปมองไอ้พี่ลันเพื่อขอความช่วยเหลือซึ่งโชคดีมากที่ตอนนี้ไอ้พี่ลันก็กำลังมองผมอยู่

แต่สุดท้าย...ที่พึ่งของผมมันก็เบือนสายตาหนีไป  ไอ้พี่ลัน!! มึงนะมึง! ถ้าไม่คิดจะช่วยแล้วมึงมองหน้ากูหาพระแสงของ้าวอะไรมิทราบ!?! ถ้าไม่คิดจะช่วยกูตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องส่งสายตาเวทนาปนสมเพชมาให้กู!! โฮ!!! แล้วกูจะพึ่งอำนาจใครได้อีกครับ?

“พี่ลุกซ์!!” และแล้วเสียงสวรรค์ก็ดังขึ้น  ผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปมองเทวดาของผมด้วยใบหน้าหมาหงอย  เฮ้ย!! ภาพเทวดาที่มีออร่าวิ้งๆ ดับวูบเมื่อคนที่เข้ามาในโรงยิมเป็นไอ้พี่เปอร์  อย่างพี่เปอร์ที่ไร้อำนาจจะมาช่วยอะไรกูได้วะเพราะไอ้ที่ยืนค้ำหัวกูอยู่นี่เป็นถึงผู้มีอำนาจที่สุดในคณะเลยนะเฟ้ย

ไอ้พี่เปอร์ทำหน้ามึนตึงก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้ามายืนข้างๆ ผมและหันจ้องหน้าไอ้พี่ลุกซ์อย่างไม่หวั่นเกรง  กูเห็นคนที่กล้าหือกับไอ้พี่ลุกซ์อีกคนแล้วครับ  แต่ดูท่าทางพี่เปอร์ยังไงๆ ก็ไม่น่าจะกล้าขึ้นเสียงกับประธานปกครองเลยนะเนี่ย

“นี่น้องรหัสผม! และเป็นน้องสายรหัสของพี่ด้วย! แกล้งน้องแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน!!” ไอ้พี่เปอร์เท้าสะเอวพลางตวาดใส่หน้าไอ้พี่ลุกซ์  ไอ้พี่ลุกซ์ก้มลงมามองหน้าผมงงๆ ซึ่งผมก็เงยหน้ามองแกงงๆ เหมือนกัน

.

.

.

ไอ้...ไอ้พี่ลุกซ์คือปู่รหัสกูหรือนี่  พระเจ้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!  ผมควรดีใจหรือเสียใจดีครับที่ผมมีปู่รหัสเป็นผู้มีอำนาจ?  ไอ้เราก็อุตส่าห์ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับผู้มีอิทธิพลแท้ๆ เชียว  ไอ้พี่เปอร์นะไอ้พี่เปอร์ดันไปมีพี่สายรหัสเป็นไอ้พี่ลุกซ์ซะงั้น

แล้วพี่รหัสปีสามของผมจะเป็นใครกันนะ?  ขอเถอะ...ขอที...อย่าให้พี่คนนั้นเป็นประธานปกครองปีสามเลยเถิด (โชคดีที่ไอ้พี่เปอร์เป็นแค่นักศึกษาธรรมดาไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพลแต่อย่างใด)

“ไอ้เด็กนี่เนี่ยนะหลานรหัสกู!?!” ไอ้พี่ลุกซ์มองหน้าผมกับไอ้พี่เปอร์สลับกันก่อนจะชี้หน้าผมด้วยท่าทางวอนตีน  ไม่ต้องมาชี้หน้ากูเลยไอ้โหด!

“เออ!” ไอ้พี่เปอร์กระแทกเสียงใส่  ทำไมกูรู้จักแต่คนที่ชอบเล่นของสูงวะ(แค่สองคน)

“ดี! คืนนี้ร้านเดิม! กูจะเลี้ยงน้องสายรหัส” ไอ้พี่ลุกซ์แสยะยิ้มก่อนจะหันไปสั่งไอ้พี่เปอร์ที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ

“ผมไม่ไป  ผมมีสอน” ไอ้พี่เปอร์ตอบทันที  นี่พี่กล้าปฏิเสธประธานปกครองเลยเหรอครับ T^T  กูอยากใจกล้าบ้างจังแต่ตอนนี้กูเป็นแค่เด็กใหม่  ซ่ามากไม่ได้เดี๋ยวโดนตื้บ

“ห้ามเบี้ยว  ไม่งั้นกูเล่นน้องมึงยับแน่” น้องที่ว่านี่...กูใช่มิ T_______T

“แต่ว่าผม...” มาเถอะพี่เปอร์  กูไม่อยากยับว่ะ

“สอนเสร็จกี่โมงก็ต้องมา  ถ้าถึงสี่ทุ่มกูยังไม่เห็นหนังหน้ามึงโผล่มาล่ะก็มึงเตรียมตัวโดนลงโทษได้เลย” ไอ้พี่ลุกซ์ชี้หน้าคาดโทษ  ไอ้พี่เปอร์จึงได้แต่กระทืบเท้าปึงปังอย่างขัดใจ  พี่เปอร์หันมามองผมด้วยสายตาประมาณว่า กูไม่น่ามาช่วยมึงเลย ก่อนจะกระทืบเท้าเดินออกจากโรงยิมไป “ส่วนมึงไปวิ่งสิบห้ารอบ  ถ้าเดินกูจะให้คลาน!” มึงอารมณ์เสียพี่เปอร์แล้วมึงมาลงกูทำไมครับ(ที่จริงมันก็โมโหผมด้วยนั่นแหละ)  แต่พอรู้ว่าผมเป็นน้องในสังกัดมันไอ้พี่ลุกซ์ก็เปลี่ยนสรรพนามกับผมทันที  หรือไม่มันอาจจะติดพันมาจากการคุยกับพี่เปอร์เมื่อกี้ก็ได้ T______T  ซวยแดกจริงกู

“ลุกซ์ กูไปด้วย” เสียงแหบๆ ของไอ้พี่ลันดังขึ้น

“มึงเสือกไร?” ไอ้พี่ลุกซ์หันไปมองไอ้พี่ลันอย่างอารมณ์เสีย

“กู-เป็น-น้อง-รหัส-มึง!!” ไอ้พี่ลันย้ำ พระเจ้า...ลากกูไปทำการฆาตกรรมที  พี่รหัสปีสามของผมก็คือไอ้พี่ลันสุดโหดคนนี้เองหรือเนี่ย  ทำไมกูต้องไปเกี่ยวพันกับพวกที่มีอำนาจมืดด้วยวะ TOT  ถึงไอ้พี่ลันจะไม่ใช่ประธานปกครองปีสามแต่พี่แกก็น่ากลัวอยู่ดี  เดี๋ยวนะ...ผมรู้ได้ไงว่าไอ้พี่ลันไม่ใช่ประธานปกครอง?

“พี่เตี้ย  ไม่ได้เป็นประธานปกครองใช่ไหม?” ผมรีบหันไปถามไอ้พี่ลัน  พี่แกพยักหน้าผมจึงยิ้มออก

“เป็น!” ฮ่วย!!! แล้วมึงพยักหน้าตอบรับคำกูหาหอยหลอดอะไรฟะ!!  มันจะไม่บังเอิญไปหน่อยเหรอที่ไอ้พี่ลุกซ์ดันเป็นพี่รหัสของไอ้พี่ลันซึ่งเป็นน้อง(หรือเปล่า?)และไอ้พี่ลันก็ดันเป็นประธานปกครองเหมือนพี่ชายตัวเอง(หรือเปล่า?)  แต่ก็สมเป็นพี่น้อง(หรือเปล่า?)กันจริงๆ เพราะไอ้สองพี่มันโคตรโหดเหมือนกันเด๊ะ! (ไอ้พี่ลุกซ์โหดกว่านิดหน่อย  จากที่ผมเคยสัมผัสมาด้วยตัวเอง)

“จะมองตากันอีกนานไหม  ไปวิ่งได้แล้ว!!” ผมที่กำลังทำหน้าเป็นหมาโดนยาเบื่อสะดุ้งและออกวิ่งเมื่อไอ้พี่ลุกซ์ตะคอกใส่  เชื่อเลยครับ...จากเหตุการณ์ในวันนี้ผมต้องเป็นที่รู้จักของคนในหลายๆ คณะแน่นอน


 

“ไอ มึงไปไหวแน่นะ?” ไอ้เมฆถามหลังจากเข้ามานอนเล่นเกมในห้องของผม

“ไม่ไหวก็ต้องไหวล่ะวะ” ผมพูดพลางเอี้ยวตัวเอาแผ่นประคบไปประคบที่หลังเพื่อบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ  วันนี้โดนซะน่วมเลยครับ

“ถ้าพรุ่งนี้มีเทสต์กะทันหันอีกมึงจะว่าไง?” ไอ้เมฆถามอย่างเป็นห่วง

“ถ้ากูได้ตัวแดงจริงๆ กูจะโทษว่าเป็นเพราะพี่สายรหัสกู  เป็นพี่รหัสประสาอะไรวะไม่ดูแลน้องเลย  ฮู้ว!!” ผมบ่นอย่างหงุดหงิด  ไอ้พี่เปอร์ก็ดีอยู่หรอกเพราะพี่แกอาสาเป็นติวเตอร์ให้ผม  แต่ไอ้พี่ลันกับไอ้พี่ลุกซ์นี่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย  เอาแต่สั่งทำโทษ  เชอะ!

“ให้กูไปเป็นเพื่อนไหมมึง?” ไอ้เมฆถาม

“ไม่เป็นไร  ถ้ามึงไปกูคงจะปวดหัวกว่าเดิมเพราะต้องคอยดูแลมึงเนี่ยไอ้ซื่อบื้อ!” ผมสวมเสื้อช็อปทับหลังจากประคบแผ่นบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อเสร็จเรียบร้อยก่อนจะเดินไปตบหัวไอ้เมฆเบาๆ มันจึงทำปากยื่นใส่ผมอย่างงอนๆ

“ทำอย่างกับกูเป็นลูกมึงแน่ะ” ไอ้เมฆเอื้อมมือมาตีแขนผมเบาๆ

“ก็ดูเหมือนดีนี่” ผมยิ้มก่อนจะเดินออกจากห้องโดยไม่ลืมให้ไอ้เมฆล็อกประตูห้องแทนผมด้วยเพราะดูมันกำลังมันกับเกมเพลย์สเตชั่นทรี(แต่มันเล่นคนเดียว)อยู่

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เห็นคำผิดรีบบอกเลยนะจ๊ะไรเตอร์จะได้แก้เนาะ 

ตอนต่อไปจะเป็นอย่างไรรออ่านนะคะ ^O^  เพราะคราวนี้ไอ้น้องไอของเราเมาอ้วกแตกเลยทีเดียวนะคะ  แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับน้องไอที่เมาแอ๋!?!

ปล. เห็นคู่ไอ้พี่ลุกซ์จอมโหดผ่านมาแว้บๆ แล้วล่ะสิคะ อิ๊ๆ

edit @ 11 Feb 2013 19:55:34 by DPR "The Tricky Fox"

edit @ 15 Feb 2013 22:15:37 by DPR "The Tricky Fox"