Rule 5 : รักน้องต้องสอนจุ๊บ

                วันนี้ซวยสุดๆ เลยครับเมื่อพวกเราต้องมานั่งดื่มเหล้ากับพี่ประธานปกครองปีสูงสุด  มันจะไม่ซวยหรอกถ้าไอ้พวกพี่ลันไม่ดันไปสนิทชิดเชื้อกับพวกพี่เขาพวกผมก็เลยถูกบังคับให้ไปนั่งร่วมโต๊ะกับเหล่าพี่บิ๊กคุมคณะเดือดร้อนถึงพี่เทคของผมกับพี่เทคของไอ้เมฆด้วยเลย  และที่มานั่งกินเหล้าอยู่ที่นี่ไม่ได้มีแต่วิศวกรรมเครื่องกลนะครับ  มันเล่นมาเกือบทั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์เลยทีเดียว

                “กินเข้าไปให้หมดแก้ว เร็วๆ!” ไอ้พี่ประธานนามว่าลุกซ์ขมวดคิ้วสั่งก่อนจะกระดิกเท้าที่วางพาดไว้บนโต๊ะเพื่อเร่งให้พวกผมดื่มเหล้าให้หมดแก้ว  วันนี้กูก็คงถูกมอมเหล้าอีกตามเคย  พี่ประธานปกครองเนี่ยเรียนสาขาเครื่องกลครับ

                “ไอ อยากกลับแล้วว่ะ” ไอ้เมฆที่รู้สึกกดดันจนอยากจะร้องไห้กระซิบกับผมเบาๆ

                “อดทนหน่อย” ผมกระซิบคืน

                “ตรงนั้นน่ะนินทาผมเหรอ? ยืนขึ้น!!” ไอ้พี่ลุกซ์ตะคอกพลางชี้หน้าพวกผม  แม่ง  กระซิบกันก็ไม่ได้  ดุกว่าไอ้พี่ลันอีกนะเนี่ย “ผมบอกให้ยืน!!” สิ้นคำสั่งผมกับไอ้เมฆก็รีบลุกขึ้นยืนตัวตรงทันที “จูบกันให้ผมดู!!” เหี้ย!! สั่งอะไรวะเนี่ย  นี่คือบทลงโทษหรือ  ผมกับไอ้เมฆยืนอึกอักเลิ่กลั่กไม่กล้าขยับตัว  กลัวเหลือเกิน

                “นี่น้อง เขาสั่งอะไรก็ต้องทำ” ไอ้พี่ปีสี่ที่เป็นเพื่อนพี่ลุกซ์บอกพลางยกยิ้มที่มุมปาก  อะ...ไอ้พวกวิปริต  โรคจิตหรือเปล่าวะเนี่ย!?!

                “ผมบอกให้พวกคุณจูบกัน  เดี๋ยวนี้!!” ไอ้พี่ลุกซ์ตะเบ็งเสียงดังจนพวกผมสะดุ้ง  ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะกลัวว่าหากไม่ทำตามพวกผมอาจจะถูกยำก็ได้  ขนาดผมยังกลัวขนาดนี้แล้วไอ้ทึ่มบวกป๊อดอย่างไอ้เมฆจะกลัวแค่ไหน

                เอ่อ...ไม่ต้องคิดให้มากแล้วล่ะครับว่าไอ้เมฆมันกลัวแค่ไหน  มันคงกลัวมากแหละครับ  ปาดน้ำตาป้อยๆ เชียว

                “ร้องไห้ทำไม? ญาติเสียเหรอครับ?” ไอ้พี่ลุกซ์กระดิกเท้าถามเสียงเข้ม  ไอ้เมฆมันได้ยินก็สะอื้นใหญ่  พวกพี่ลันไม่คิดจะช่วยกันบ้างเลยหรือไงนะ  เอาแต่นั่งกรึ๊บเหล้าไม่สนใจพวกผมเลยซักกะนิด

                “อึ๊ก ไอ กูกลัว ฮือ” ไอ้เมฆส่ายหน้าไปมาก่อนจะโผมากอดผมไว้  ตัวมันสั่นระริกอย่างน่าสงสาร

                “เอ่อ...พี่ครับ  พวกเราขอกลับก่อนได้ไหมครับ” ผมถามเสียงอ่อยพลางทำหน้าตาให้น่าสงสารที่สุด

                “ไม่ได้! บอกมาซิว่าร้องไห้เพราะอะไร!?!” ไอ้พี่ลุกซ์ยังคงตะคอกถาม

                “เมฆ บอกไปเลยว่ากลัวมันน่ะ” ผมกระซิบบอกไอ้เมฆ ไอ้เมฆส่ายหน้าไปมาเหมือนกับว่ามันกำลังกลัวแบบหยุดไม่อยู่พูดอะไรก็ไม่ออก

                “เป็นผู้ชายประสาอะไรวะ!?! ตุ๊ดหรือเปล่า?” ไอ้พี่ลุกซ์โมโหชี้หน้าด่าทอ

                “พี่ครับ! ถ้ายอมให้เพื่อนผมกลับผมยอมให้พี่ทำโทษผมอย่างไรก็ได้  หนักแค่ไหนก็ได้” ผมต่อรอง  สงสารไอ้เมฆมัน  เมื่อเห็นผมพูดออกไปแบบนั้นไอ้เมฆก็เงยหน้ามองผมแล้วก็ส่ายเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องทำแบบนั้น

                “โฮ่!” ไอ้ลุกซ์แสยะยิ้ม

                “โอเคไหมครับ” ผมถามย้ำ  ทำไมกูรู้สึกเสียใจจังวะที่พูดแบบนั้นออกไป  ไอ้ตอนพูดมันก็กล้าอยู่หรอกนะแต่พอเห็นรอยยิ้มแสยะของไอ้พี่ลุกซ์แล้วผมชักอยากจะคืนคำขึ้นมาตงิดๆ

                “น่าสนุกดี  เอางั้นก็ได้” ไอ้พี่ลุกซ์ยอมรับแต่โดยดี  ดูจากสีหน้าและแววตา...กูตายชัวร์ครับคืนนี้

                “เมฆกลับไปก่อน” ผมบอกไอ้เมฆแต่มันกลับไม่ยอมกลับหนำซ้ำยังจับชายเสื้อผมเอาไว้แน่น “เมฆ เราน่ะแข็งแรงนะ” ผมกระซิบบอกมัน  มันเงยหน้ามองผมก่อนที่ผมจะยิ้มให้มัน

                “ไอ ไม่...เราไม่กลับหรอก  โดนก็โดนด้วยกันสิ” ไอ้เมฆมันพูดเสียงสั่น

                “เอ่อ...พี่ขลุ่ยครับ  รบกวนไปส่งไอ้เมฆทีครับ” ผมมองหาคนช่วยดึงไอ้ตัวน่าสงสารออกไปก่อนจะหันไปสบตากับไอ้พี่ขลุ่ยพอดี  แบบว่า...แกส่งสายตาสงสารมาให้อ่ะนะ

                “ไอ เราไม่ไป!” ไอ้เมฆพูดก่อนมือมันจะถูกแกะออกจากชายเสื้อของผมโดยไอ้พี่ขลุ่ย  พี่ขลุ่ยหิ้วไอ้เมฆออกไปทั้งๆ ที่มันยังโวยวายอยู่แต่ถึงจะโวยวายอย่างไรมันก็คงดิ้นจากแขนพี่ขลุ่ยออกมาไม่ได้ง่ายๆ แน่  ผมว่าพี่ขลุ่ยเองก็คงจะคิดเหมือนผมว่าไอ้ป๊อดนั่นไม่เหมาะที่จะถูกแกล้งแรงๆ แบบนี้

                “เชิญครับ” ผมยิ้มรับชะตากรรมที่กำลังจะได้รับ  กูอยากจะบอกเหลือเกินว่ากูยิ้มทั้งน้ำตา(ที่กำลังตกอยู่ในใจ)

                “เอาล่ะ  ในเมื่อเพื่อนชายสุดน่ารักของคุณไปแล้วคุณก็ต้องไปหาจูบคนอื่น  ในร้านนี้...คุณจะเลือกพาใครมาจูบต่อหน้าผมก็ได้  ผมไม่เกี่ยงว่าจะเป็นชายหรือหญิง” ไอ้พี่ลุกซ์แสยะยิ้ม  ไอ้พี่เวรนี่มันโรคจิตหรือเปล่าวะ

                ผมยืนนิ่ง  กูยังไม่รู้จักใครเลยครับแล้วมึงจะให้กูไปลากใครมาจูบครับพี่?  ที่รู้จักและนั่งอยู่ในร้านนี้ก็มีแค่ไอ้พี่ลัน พี่เสือ พี่เปอร์แล้วก็พี่พัด(พี่เทคไอ้เมฆ)เท่านั้น  แล้วคนทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชาย  เคยจูบกับไอ้พี่เสือแล้วก็จริงแต่มันก็แค่ปากแตะปากแล้วผมก็ไม่คิดจะทำมันอีก  ขณะที่ผมเบนสายตาไปมองไอ้พี่ลันหัวใจผมก็สั่นระรัว  ภาพริมฝีปากสีแดงอมส้มของแกที่กำลังเผยอขึ้นรับเหล้าจากแก้วทำให้ผมไม่สามารถละสายตาไปได้  ผมตัดสินใจแล้ว...

                “พี่เตี้ย...” ผมเรียกไอ้พี่ลัน  พวกพี่ๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะตกใจที่ผมเรียกพี่ลันแม้กระทั่งไอ้พี่ลุกซ์เองก็ยังหันไปมองพี่ลันอย่างตกใจเช่นกัน  แล้วมึงจะตกใจทำไมครับ  ขนาดเจ้าตัวเขายังไม่ตกใจเลยครับ

                ไอ้พี่ลันหันกลับมามองผมด้วยสายตาแขยงนิดๆ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ และกวักมือเรียกผมไปนั่งข้างๆ  ผมเดินไปนั่งข้างพี่ลันก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่

                “พี่เตี้ย...ขอยืมหญิงในสต็อกพี่ซักคนสิ” รู้สึกเหมือนได้ยินเสียง แป่ว!! ดังในใจของหลายๆ คนครับ  ปากไอ้พี่ลันมันน่าจูบก็จริงแต่ถึงอย่างไรพี่มันก็เป็นผู้ชาย  กูจูบไม่ลงหรอกครับ

                “เฮ้อ” ไอ้พี่ลันถอนหายไปก่อนจะหรี่ตามองผมด้วยแววตาสมเพช  กูขอโทษครับที่กูไม่มีหญิงในสต็อกก็เลยต้องไปยืมหญิงมึง  กูผิดเองที่เกิดมาไม่หล่อสาวตรึมเหมือนมึง  โด่!!

                “นะพี่นะ” ผมเขย่าแขนพี่ลันอย่างอ้อนวอน  ไอ้พี่ลันปัด