Rule 4 : รักน้องต้องเลี้ยงข้าว


                เจ๊งแน่ๆ บุฟเฟ่ต์ร้านไหนที่พี่สามคนนี้เข้าไปมันได้เจ๊งแน่  ทันทีที่พวกเราเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟ่ต์หม้อใครหม้อมันไอ้พี่สามคนมันก็กระซวกตับไตไส้พุงจากจานที่เวียนมาอย่างหิวกระหาย  มันจับจานไหนได้มันเทลงหม้อลูกเดียวเลยครับ  พระเจ้า!! เห็นพวกพี่กินแล้วผมกินไม่ลง  อิ่มแทนเลยว่ะ!!

                “เนื้อๆ” ไอ้พี่ลันพึมพำพลางชะเง้อคอหาจานที่ใส่เนื้อ  แต่รู้สึกว่าอีกไกลกว่าจะมาถึงแก  พอจานค่อยๆ เวียนเกือบจะมาถึงแต่โต๊ะข้างหน้ามันดันหยิบไปก่อน  ไอ้พี่ลันถึงกับหน้าตึงจ้องไอ้ที่หยิบจานเนื้อเขม็งจนหมอนั่นรู้สึกได้ถึงจิตสังหารตัวก็เลยลีบลงเรื่อยๆ

                “อะ...เอ่อ  ถ้าไม่รังเกียจ  เอาไหมครับ” ผมที่นั่งข้างพี่ลันสะกิดแขนแกเบาๆ

                “หืม? แล้วคุณไม่กินเหรอ?” พี่ลันถาม  เดี๋ยวนะ...เสียงของไอ้พี่ลันมันแปลกๆ ไป

                “พูดใหม่ได้ไหมครับ?” ผมบอก  เสียงของไอ้พี่ลันมันแปลกไปจริงๆ ไม่มีแล้วไอ้เสียงแหบๆ แตกปร่า  แต่เสียงพี่แกที่ผมได้ยินตอนนี้โคตรหล่อเลยว่ะ!!

                “ผมถามว่าคุณไม่กินเหรอ?” ไอ้พี่ลันถามเสียงดังขึ้นกว่าเดิม  สงสัยจะคิดว่าผมไม่ได้ยินล่ะมั้ง

                “เสียงพี่มันเปลี่ยนอ่ะ?” ผมพูดอย่างสงสัย

                “ผมเพิ่งหายจากหวัด” พี่แกตอบนิ่งๆ  เฮ้ย!! เป็นหวัดเหรอเนี่ย ไม่บอกไม่รู้เลยนะครับ  แต่ว่า...เสียงหล่อว่ะพี่!

                “พี่ครับ ถ้าผมขออะไรอย่างหนึ่งพี่อย่าโกรธผมนะ” ผมพูดเสียงเบาๆ  ผมไม่อยากให้พี่ลันพูดผมพูดคุณเลยมันเป็นห่างๆ จนไม่กล้าคุยด้วย

                “ถ้ามีเหตุผลผมก็จะไม่โกรธ” ไอ้พี่ลันหรี่ตามองผมเล็กน้อย

                “คือ...ไม่พูดผมพูดคุณแล้วได้ไหม  พอพี่พูดแล้วผมไม่ค่อยกล้าคุยกับพี่เท่าไหร่” ผมก้มหน้าพูด  เชื่อเลยว่าตอนนี้ไอ้พี่ลันคงขึงตาดุมองผมอยู่แน่  จะโกรธไหมวะที่เราขอไปแบบนี้

                “ได้สิ แลกกับเนื้อจานนี้ละกัน” ไอ้พี่ลันพูดก่อนจะหยิบจานเนื้อตรงหน้าผมไป  ผมเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของไอ้พี่ลันก่อนจะยิ้มกว้าง  นอกจากจะไม่โกรธแล้วยังอมยิ้มนิดๆ ด้วยเว้ย  หล่อเกินไปแล้วพี่!!

                “งั้นผมขอกุ้งในหม้อพี่นะ” ผมพูดพลางฉกตะเกียบลงหม้อพี่แกแต่ตะเกียบของผมกลับถูกกันไว้ด้วยตะเกียบของไอ้พี่ลันพร้อมกับสายตาหวงของที่ถูกส่งมาให้

                “ไม่ให้!” ไอ้พี่นี่มันตะกละเป็นบ้า  กุ้งตัวเดียวก็ให้ไม่ได้ เชอะ!

                “งก!” ผมประชด

                “แต่ไม่งกฝ่ามือนะ” พูดจบไอ้พี่ลันก็เคาะลงกลางกบาลผมทันที  อูย...เจ็บนะเว้ย  มือหนักเป็นบ้าเลย

                “เฮ้ยไอ้ลัน  จะกุ๊กกิ๊กกับสุดที่รักกูเกินหน้าเกินตาไปแล้วนะเว้ย” เสียงไอ้พี่เสือดังแทรกมาผมกับไอ้พี่ลันจึงพร้อมใจกันหันไปส่งสายตาอาฆาตให้

                “ไม่ใช่ๆ น้องฮันนี่ของกูต่างหาก” แล้วสายตาอาฆาตสองคู่ก็เบนหาไอ้พี่ขลุ่ย

                “ไม่ๆ ไอของผมต่างหาก” คราวนี้สายตาอึ้งปนขำสี่คู่เบนไปหาไอ้เมฆที่อยากจะมีส่วนร่วมปล่อยมุขกับเขาบ้าง “อ้าว แป้กเหรอเนี่ย ว้า” เมื่อเห็นว่าพวกเราเงียบไปนานไอ้เมฆก็เลยหัวเราะเจื่อนๆ ขึ้นมาเบาๆ

                “ก๊ากกกก ฮ่าๆๆๆ” พวกผม(ยกเว้นไอ้พี่ลัน)ปล่อยก๊ากพลางตบโต๊ะชอบใจกับหน้าตาหมาหงอยของไอ้เมฆ  จะว่าไงดีล่ะ  ทั้งน่ารัก น่าสงสาร น่าขำ ปนกันไปหมดแต่ภาพรวมที่ออกมาเห็นแล้วตลกชะมัด

                พวกเราหัวเราะก๊ากจนคนในร้านหันมามองแต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ผมถึงหน้าด้านนักสงสัยได้รับเชื้อจากพวกพี่ๆ   มองให้ตายอย่างไรผมก็ไม่รู้สึกอะไรเพราะตอนนี้ผมกำลังสนุก  แต่แอบได้ยินเสียงผู้หญิงแว่วๆ มาว่าผู้ชายแถวนั้นหล่อ  ถ้าจะชมก็คงไม่พ้นเป็นไอ้พี่ลันกับไอ้พี่ขลุ่ย  ส่วนพี่เสือน่ะหรือ...ไปโกนเคราแพะออกก่อนถึงจะหล่อ


 

                พวกเรานั่งจกหม้ออยู่จนหมดเวลาตามที่ร้านกำหนด  กินแบบว่าคุ้มมากถึงมากที่สุดเลยทีเดียวแต่ไม่วายขณะที่กำลังจะออกจากร้านไอ้พี่ลันก็ถูกขอเบอร์โทร  ตอนแรกผมก็มองผู้หญิงพวกนั้นอย่างสงสารเพราะขอไปไอ้พี่ลันคงไม่ให้แต่ที่ไหนได้นอกจากจะแจกเบอร์แล้วยังแจกเมล์อีกต่างหาก  ไอ้พี่หน้านิ่งนี่มันก็หน้าหม้อไม่หยอกเหมือนกันแฮะ

                “สนใจเอาเบอร์ผมไปด้วยไหมครับ?” ผมสลอนหน้าเข้าไปก่อกวนขณะที่ไอ้พี่ลันกำลังกดเบอร์ให้เด็กผู้หญิงม.ปลายหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม

                “หลบไปไอ้สูง” ไอ้พี่ลันหรี่ตามองผมก่อนจะเอามือตะปบหน้าผมและดันผมไปข้างหลัง  โด่! ตัวเองก็มีผู้หญิงอยู่เต็มสต็อก แบ่งให้หน่อยก็ไม่ได้

                “ผู้ชายหน้าตายแบบนั้นมีเสน่ห์ตรงไหนวะ!?!” ผมเดินมารวมกับคนอื่นๆ ก่อนจะบ่นกระปอดกระแปด  อิจฉาครับ กูอิจฉา!

                “ใช่ไหม? ทำไมผู้ชายร่าเริงแบบพี่ไม่มีใครสนใจวะ” ไอ้พี่เสือเห็นด้วยกับผมก่อนจะถอนหายใจฟืดฟาดเหมือนวัวกระทิง  นายคนนี้ก็อิจฉาเหมือนผมสินะ  ผมอยากจะแนะนำไอ้พี่เสือเหลือเกินว่าให้ไปโกนเคราให้เกลี้ยงๆ แล้วก็อย่าขมวดคิ้วบ่อย  ถ้าแกทำได้ผมเชื่อเลยว่าจะต้องมีผู้หญิงมาชอบแกแน่ๆ

                “พี่ขลุ่ย ทำไมไม่มีคนมาขอเบอร์พี่ล่ะครับ” ไอ้เมฆหันไปถามไอ้พี่ขลุ่ยที่ยืนยิ้มสบายใจ  ไอ้พี่นี่ท่าทางหน้าหม้อแต่กลับไม่หม้ออย่างที่คิดแฮะ

                “พี่ชอบผู้หญิงอายุมากกว่าน่ะก็เลย...” ไอ้พี่ขลุ่ยยิ้มกริ่มก่อนจะแบมือออกให้พวกผมดูข้อความตัวใหญ่ๆ ที่เขียนไปบนมือของแก  ผมเป็นเกย์ครับ < < นี่คือข้อความที่ไอ้พี่ขลุ่ยชูให้สาวๆ ที่กำลังจะมาขอเบอร์แกเห็นสินะ  และยิ่งแกยืนข้างไอ้เมฆพร้อมกับเอาศอกค้ำไหล่มันแล้วยิ่งเหมือนคู่เกย์เข้าไปใหญ่

                “หมั่นไส้ ไอ้พวกหล่อเลือกได้” ไอ้พี่เสือแขวะ  ก็น่าสงสารแกอยู่หรอกนะครับเพราะแกมักจะเดินไปกับสองหนุ่มหล่อแถมตัวยังขาวจั๊วะแบบนี้เสมอๆ คงจะถูกเปรียบเทียบบ่อยๆด้วยล่ะมั้งเนี่ย

                “ไอ้ไท ถ้ามึงทำตัวดีๆ ไม่ซกมกเดี๋ยวก็มีเข้ามาเองแหละ  ไอ้เคราแพะเนี่ยก็ไปเอาออกซะ ทุเรศจริงๆ” ไอ้พี่ขลุ่ยพูดพลางกระตุกเคราของไอ้พี่เสือเบาๆ  พี่คิดเหมือนผมเลยว่ะ

                “กูนึกว่าสาวๆ จะชอบผู้ชายที่ดูเถื่อนๆ ซะอีก” ไอ้พี่เสือลูบเคราตัวเองอย่างพินิจพิเคราะห์ “งั้นเดี๋ยวกูมานะ  พวกมึงพาน้องไปซื้อของก่อนเลยแล้วเจอกันที่รถ” ไอ้พี่เสือพูดเร็วๆ รัวๆ ก่อนจะรีบวิ่งไป  ผมว่านะ...ไอ้พี่เสือต้องไปเข้าร้านเสริมหล่อแน่นอน


 

                หลังจากที่ไอ้พี่ลันให้เบอร์สาวๆ พร้อมกับให้ถ่ายรูปเสร็จพวกเราก็ออกจากร้าน  ไอ้พี่ขลุ่ยอาสาจะช่วยไอ้เมฆเลือกบ็อกเซอร์เพราะพี่แกก็กำลังจะไปซื้อเหมือนกัน  ผมเห็นว่าไอ้เมฆมีเพื่อนช่วยเลือกแล้วผมจึงขอตัวไปร้านหนังสือการ์ตูนซักหน่อย  ผมน่ะชอบอ่านและดูการ์ตูนมากทีเดียวครับ

                “เฮ้ย! มาใหม่แล้วนี่หว่า” ผมพูดพลางหยิบกินทามะเล่มล่าสุดมาหนีบไว้ที่รักแร้ก่อนจะเดินดูการ์ตูนที่ผมสะสมไปเรื่อยๆ  หยิบเพลินเกินไปจนตอนนี้การ์ตูนเกือบท่วมหัวผมแล้วครับ  ช่วงก่อนสอบเข้ามหาวิทยาผมเอาแต่อ่านหนังสือเตรียมสอบก็เลยไม่ได้สนใจการ์ตูนพอมาดูอีกทีการ์ตูนมันก็ออกเล่มใหม่มาเรื่อยๆ จนเต็มมือผมไปหมด

                พลั่ก!! พ่อง! ผมที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือดันเดินไปชนกับคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ  หนังสือผมหล่นกระจายกระจายเต็มพื้นไอ้คนที่ผมชนจึงช่วยก้มลงไปเก็บ

                “ขอโทษนะครับผมไม่ทันมอง” ผมขมวดคิ้วขอโทษก่อนจะก้มลงไปเก็บหนังสือบ้าง

                “ทีหลังก็หัดมองซะบ้าง” ไอ้คนที่ผมชนเงยหน้าขึ้นมาต่อว่าผม  ชะอุ้ย! ไอ้พี่ลันเจ้าเก่านี่เอง

                “โธ่พี่ ก็มันเพลิน” ผมหัวเราะแหะๆ ก่อนจะรับหนังสือจากมือพี่แกมาถือไว้ “แล้วพี่มาซื้ออะไรครับ” ผมถามอย่างสงสัย  ไอ้พี่ลันอ่านการ์ตูนด้วยเหรอวะ  อยากรู้จริงๆ ว่าการ์ตูนเรื่องไหนที่คนคนนี้อ่าน

                “นี่” พี่ลันชูหนังสือสองสามเล่มขึ้นให้ดู  ไอ้หนังสือที่แกชูขั้นทำให้ผมตกใจจนอ้าปากค้าง  หนังสือที่พี่ลันอ่านคือ...อึก...อ่า...พระเจ้าบอกทีว่ากำลังเล่นตลกกับผมอยู่

                U///U หนังสือที่อยู่ในมือพี่ลันคือหนังสือชาย x ชายครับ  ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอ้พี่หล่อสาวตรึมคนนี้จะเป็นเกย์  มิน่าล่ะ ทั้งๆ ที่แกเป็นคนเงียบๆ แต่ทำไมถึงยอมแจกเบอร์สาวง่ายๆ ก็เพราะเอาสาวมาบังหน้าเพื่อปกปิดว่าตัวเองเป็นเกย์นี่เอง  โฮ!! เสียดายว่ะ  เสียดายแทนพวกผู้หญิงจริงๆ

                “พี่เตี้ย ผมเสียดายพี่จริงๆ” ผมทำหน้างอง้ำก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว

                “เสียดาย? เรื่องอะไร?” ไอ้พี่ลันขมวดคิ้วทำหน้างงเป็นหมาโง่

                “พี่เป็นคนรูปหล่อพ่อรวย  ไม่น่าเป็นแบบนี้เลยจริงๆ” ผมส่ายหน้าไปมา  กูกำลังดราม่าครับ

                “เรื่องอะไร!?!” ไอ้พี่ลันเริ่มขึ้นเสียงเพราะไม่เข้าใจอาการดราม่าของผม

                “ก็เรื่องที่พี่เป็นเกย์ไง!” ผมตอบเสียงดังฟังชัดจนคนที่เดินขวักไขว่อยู่ในร้านหนังสือการ์ตูนหันมามองพวกเราเป็นตาเดียว

                “ฮะ!?!” ไอ้พี่ลันตกใจขมวดคิ้วจนแทบผูกกันเป็นโบว์  พี่แกรีบดันผมเข้ามุมเพื่อหลบสายตาคนก่อนจะขึงตามองผมอย่างเคืองๆ

                “พี่อย่าทำอะไรผมนะ  ผมเป็นผู้ชายปกติธรรมดาถึงผมจะชอบหน้าตาพี่ก็เถอะ!” ผมหลับตาปี๋รีบยกมือขึ้นไหว้เพื่อขอโทษขอโพยที่ทำให้พี่แกต้องอับอาย

                “นี่...นี่!! ไปเอาเรื่องบ้าๆ นี่มาจากไหน?” ไอ้พี่ลันอุดปากผมที่กำลังโวยวายเอาไว้ก่อนจะถามเสียงเบาแต่น้ำเสียงน่ากลัวมาก

                “อ้ออี้อื๊ออั๋งอื๋ออาอูนเออ่ะ” ผมพูดเสียงอู้อี้เพราะถูกมือของไอ้พี่ลันปิดปากอยู่

                “พูดใหม่” พี่ลันเอามือที่ปิดปากผมออกแต่ก็ยังกดไหล่ผมให้แนบชิดกับกำแพงและจับมือผมไว้เพื่อไม่ให้ผมโวยวาย

                “ก็พี่ซื้อหนังสือการ์ตูนเกย์อ่ะ” ผมตอบเสียงเบาก่อนจะใช้นิ้วจิ้มไปที่หนังสือที่พี่แกหนีบไว้ตรงรักแร้  ส่วนหนังสือที่ผมหยิบมาในตอนแรกตอนนี้หล่นกระจายที่พื้นเพราะไอ้พี่ลันมันลากตัวผมมาแบบไม่ทันตั้งตัว

                “หา? นี่หนังสือเกย์เหรอ!?!” ไอ้พี่ลันขมวดคิ้วทำหน้าตกใจ  อ้าว...ที่หยิบมาไม่รู้เลยใช่ไหมว่าเป็นหนังสือเกย์

                “อ้าว...พี่ไม่รู้เหรอ?” ผมถามงงๆ

                “ก็เออน่ะสิ! น้องสาวมันส่งรูปหน้าปกมาให้บอกให้ซื้อให้หน่อย  ฉันก็นึกว่าเป็นการ์ตูนชายหญิงธรรมดา” ไอ้พี่ลันปล่อยผมให้เป็นอิสระก่อนจะเดินออกจากมุม  พอเราออกมาจากมุมเท่านั้นแหละพวกเราก็ต้องพบกับสายตาแปลกๆ ของคนในร้าน  ซวยล่ะ! พวกนั้นต้องคิดว่าเราเป็นคู่เกย์กันแน่เลย

                “นี่เธอดูนั่นสิ  นั่นคู่เกย์ล่ะ น่ารักเนอะ” เสียงผู้หญิงซุบซิบกันเสียเสียงดัง  อยากจะเดินเข้าไปถามเหลือเกินว่าเอาไมโครโฟนไหมครับ

                “จริงอ่ะเธอ  อ๊าย น่ารักอ่ะ  เมะตัวสูงจังเลย หล่อด้วยอ่ะ กรี๊ด” เอ่อ...พวกหล่อนกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่มิทราบครับ

                “สูง  ออกไปเถอะ” ไอ้พี่ลันขึงตาดุก่อนจะกระชากข้อมือผมให้เดินออกจากร้านเพราะตอนนี้เสียงคนซุบซิบนินทาเราเริ่มหนาหูขึ้นแล้ว  ผมหันกลับไปมองหนังสือการ์ตูนที่กระจายเต็มพื้นด้วยสายตาละห้อย  กูอยากได้อ่ะพี่  ลากกูออกมาทำไม

                “อ๊ายยยยย จูงมือกันออกไปด้วย  น่ารักมาก กรี๊ดดด” คุณผู้หญิงครับ  ดูยังไงว่าพวกกูจูงมือกันครับ  ไอ้พี่ลันมากระชากข้อมือกูต่างหาก! ปัดธ่อ!!


 

                หลังจากลากผมจนพ้นรัศมีร้านนั้นแล้วไอ้พี่ลันจึงปล่อยมือผม  พวกเรายืนหายใจหอบๆ เพราะเหนื่อยก่อนจะมองหน้ากันเล็กน้อย

                “เพราะนายแท้ๆ ทำให้คนอื่นเขาเข้าใจผิด” ไอ้พี่ลันใช้สายตาด่าผมไปพร้อมๆ กับคำพูดของแก

                “พี่ต่างหากที่ผิด  ไปซื้อหนังสือการ์ตูนเกย์แบบนั้นผมก็เข้าใจผิดสิ” ผมรีบแย้ง  ค่อยโล่งอกหน่อย  ผมตกใจจริงๆ นะครับที่เห็นพี่ลันซื้อหนังสือการ์ตูนเกย์  ถ้าถามว่าทำไมผมถึงรู้ว่าเป็นการ์ตูนเกย์ล่ะก็...ผมเคยไปซื้อหนังสือแบบนี้มาอ่านเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพื่อน  อ่านไปอ่านมามันชักแปลกๆ จากนั้นผมก็จำสำนักพิมพ์ไว้และไม่ซื้ออีกเลย  ผมซื้อมาตั้งหลายเล่มหลายสำนักพิมพ์  เผาทิ้งทุกเล่มเลยครับ

                “ก็ฉันไม่รู้ว่าเป็นเกย์  ถ้ารู้ฉันไม่หยิบมันหรอก!” ไอ้พี่ลันขมวดคิ้วจนหน้ายุ่งไปหมด  ขนาดทำหน้าเหม็นขี้พี่แกยังหล่อได้อีก

                “อดเลย ผมอุตส่าห์ดีใจที่มีหนังสือมาลงใหม่หลายเล่ม” ผมเบ้หน้า

                “กลับไปซื้อไหมล่ะ” ไอ้พี่ลันประชด

                “กลับไปให้เขาล้อว่าเป็นเกย์น่ะสิ  ไปช่วยไอ้เมฆมันเลือกบ็อกเซอร์ดีกว่า” ผมถอนหายใจก่อนจะเดินไปร้านที่พี่ขลุ่ยพาไอ้เมฆไปพี่ลันจึงเดินตามด้วยสีหน้าเหม็นบูด  มันเสียเซลฟ์นะครับที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเกย์


 

                พอกลับมาที่ร้านไอ้พี่ขลุ่ยกับไอ้เมฆก็ไม่อยู่แล้วไอ้พี่ลันจึงโทรตามได้ความว่าสองนั้นแอบไปนั่งกินไอติมโดยไม่ชวน  ผมกับไอ้พี่ลันมองหน้ากันอย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจไปหาพวกนั้นที่สเวนเซ่น  อิ่มขนาดนี้ยังจะยัดลงไปได้อีกหรือวะเนี่ย

                “ทำไมมาด้วยกันได้วะ” พี่ขลุ่ยถามเมื่อเห็นผมกับไอ้พี่ลันเดินเข้าร้านพร้อมกัน

                “ไปเจอกันที่ร้านหนังสือ” ไอ้พี่ลันตอบก่อนจะกวักมือเรียกพนักงานมารับออร์เดอร์  นายคนนี้กระเพาะยักษ์จริงๆ  ขอแช่งให้มันอ้วน

                “แล้วได้อะไรมาบ้างวะ” ไอ้พี่ขลุ่ยถามต่อ

                “ไม่ได้” ไอ้พี่ลันตอบ  อารมณ์ของคนถามกับคนตอบมันช่างต่างกันเหลือเกิน  ไอ้พี่ขลุ่ยนี่นั่งยิ้มอารมณ์ดีเหมือนถูกหวยส่วนไอ้พี่ลันเอาแต่ขมวดคิ้วเหมือนถูกบังคับให้กินขี้อย่างไรอย่างนั้น  แต่สงสัยหน้าแบบนี้ของไอ้พี่ลันจะเป็นสีหน้าที่ทำเป็นประจำจนเพื่อนชินล่ะมั้ง

                “ได้มากี่ตัวเมฆ” ผมถามไอ้เมฆที่กำลังแทะลูกเชอรี่อย่างเมามัน  มันเงยหน้ามามองผมก่อนจะชูนิ้วขึ้นเจ็ดนิ้ว  อ้อ...นี่มึงกะจะใส่ให้ครบอาทิตย์ว่างั้น

                “น้องเมฆตัวเล็กมากเลยนะฮันนี่  ต่อไปช่วยขุนเพื่อนหน่อยก็แล้วกัน” ไอ้พี่ขลุ่ยหันมาหาผมก่อนจะหัวเราะเบาๆ

                “ผมว่าจะพามันเข้าฟิตเนสอยู่ครับ  เดี๋ยวจะมีคนคิดว่าเป็นเด็กผู้หญิง  หน้าตาน่ารักเชียว” ผมพูดหยอกก่อนจะดึงแก้มของไอ้เมฆที่ยัดไอติมเข้าไปจนแก้มป่อง  ไอ้เมฆมันขมวดคิ้วใส่ผมที่ไปดึงแก้มมัน ฮ่าๆ หน้าตาโกรธของมันก็น่ารักว่ะ

                “ว่าแต่เพื่อนหน้าตาน่ารัก  ดูตัวเองซะบ้างสิฮันนี่” ไอ้พี่ขลุ่ยมองหน้าผมพลางยิ้ม  เมื่อได้ยินไอ้พี่ขลุ่ยพูดแบบนั้นไอ้พี่ลันก็หันมามองหน้าผม  แกคงจะมองประมาณว่า น่ารักตรงไหนวะ อยู่แน่ๆ เลย

                “ไม่จริงหรอกพี่  ผมออกจากหล่อ” ผมเก๊กพลางยักคิ้วข้างเดียวให้ดูมีมาด  ไอ้พี่ขลุ่ยกับไอ้พี่ลันแล้วก็ไอ้เมฆมองหน้ากันก่อนจะหันมามองหน้าผมแล้วต่างคนต่างก็เบนหน้าหนีไปด้านอื่นเหมือนจะไม่ยอมรับคำที่ผมพูดเมื่อกี้

                ผมทำปากจู๋อย่างงอนๆ ก่อนจะได้รับการปลอบใจจากพี่ขลุ่ยเป็นกล้วยหนึ่งชิ้นจากไอติมที่พี่แกกินอยู่  ดีใจจนน้ำตาไหลพรากเลยครับ  ได้กล้วยตั้งหนึ่งชิ้น!


 

                พอกินเสร็จพวกเราก็ลงไปที่ลานจอดรถและก็กับพบชายหนุ่มผิวสีเข้มหน้าตาดียืนพิงรถเก๊กหล่ออยู่อย่างไม่อายใคร  ไอ้พี่เสือครับ  มันไปโกนเคราออกเรียบร้อยเล่นซะหน้าเด็กลงเป็นกอง  ยิ่งตัดสกินเฮดหน้ามันยิ่งเด็กลงเลยครับ  สงสัยอยากจะให้มีสาวมาขอเบอร์บ้าง

                “ทำอะไรอายคนอื่นบ้าง” ไอ้พี่ลันมองพี่เสือด้วยหน้านิ่งๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถ  ที่บอกว่าให้อายบ้างนี่เพราะไอ้พี่เสือมันเก๊กหล่อเต็มสตรีมจนดูเหมือนคนบ้าครับ  ผมเห็นด้วยกับพี่ลันอย่างแรง

                “เอ้อ แล้วนี่พวกน้องจะกลับไปอาบน้ำก่อนไหม?” พี่ขลุ่ยถามหลังจากยัดตัวเข้าไปในรถ

                “กลับทำไมครับพี่  เดี๋ยวก็ต้องเละอยู่ดี  รออาบรวดเดียวตอนกลับเลยดีกว่า” ไอ้เมฆพูดพลางขึ้นรถตามพี่ขลุ่ยไปและปิดท้ายด้วยไอ้พี่เสือ  ส่วนผมก็ได้นั่งข้างไอ้พี่ลันเหมือนเดิม

                “ถ้าอย่างนั้นไปเล่นไพ่กับพวกพี่ก่อนไหม?” พี่ขลุ่ยชวน  อื้อหือ!?! ชวนน้องไปเล่นไพ่  ประเสริฐซะจริงพ่อคุณ

                “ไอ้ขลุ่ย ใครจะเล่นกับมึง” ไอ้พี่ลันถามก่อนจะออกรถ ตีนผีเหมือนเดิม

                “มึงไง” ไอ้พี่ขลุ่ยตอบทันที  ไอ้พี่ลันถอนหายใจก่อนจะส่ายศีรษะ

                “กูไม่เล่น  กูจะไปกินข้าว” หา!?! นี่มึงเพิ่งกินไปเมื่อสองสามชั่วโมงก่อนเองนะครับอีพี่ลัน  นี่มึงยังจะแดกอยู่อีกเหรอครับ!?!

                “ถ้าจะกินเดี๋ยวผมเลี้ยงเอาไหมครับ  พวกพี่เลี้ยงผมบ่อยแล้วอ่ะ” ไอ้เมฆเสนอผมจึงพยักหน้าเห็นด้วย

                “ไม่จำเป็น” ไอ้พี่ลันพูดเล่นเอาไอ้เมฆหน้าหงอ  น้ำเสียงและสีหน้าของไอ้พี่ลันมันเย็นชาไอ้เมฆคงจะเสียความรู้สึกล่ะมั้ง

                “นั่นสิน้องเมฆ  ถึงพวกพี่จะดุแต่พวกพี่ก็มีจิตสำนึกในการเป็นรุ่นพี่นะเออ  ไม่ต้องเลี้ยงพวกพี่กลับหรอกเพราะตอนอยู่มหาลัยพวกน้องต้องเจอพวกพี่เล่นอีกเยอะ” ไอ้พี่เสือพูด  เออเนาะ! ไอ้พี่พวกนี้มันเป็นพี่ปกครองนี่หว่า  ตอนอยู่มหาลัยถ้าพวกผมไปกวนตีนคงต้องโดนทำโทษไปตามระเบียบ

                “เอ่อ...เข่าผมยังไม่หายเจ็บเพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งสั่งคลานนะพี่” ผมทำหน้าแหยๆ ไอ้เมฆก็พยักหน้าเห็นด้วย

                “ฮ่าๆ ขอบใจนะที่บอก  แล้วเดี๋ยวจะสั่งคลาน” ไอ้พี่เสือกับไอ้พี่ขลุ่ยมองหน้ากันก่อนจะแท็กมือกันอย่างสนุกสนาน  ไม่น่าเลยกู...เผยไต๋ให้พวกขี้แกล้งแท้ๆ

                สุดท้ายพวกเราก็ต้องไปกินข้าวเย็นกับพวกพี่มัน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เอาล่ะ  บังเกิดคู่จิ้นคู่ใหม่ขึ้นมา  ไม่รู้มันจะคู่กันจริงหรือเปล่าน้อ?
ไอ้พี่เสืออยากหล่อกับเขาบ้างแล้ว  แต่ยังไง้ยังไงก็หล่อสู้ไอ้พี่ลันไม่ได้อยู่ดี  ทำใจเถอะนะเอ็งไม่ใช่พระเอก

ปล.ว่างๆ ก็ชวนเพื่อนมาอ่านมาเม้นเยอะๆ นะ จุ๊บบบบ

Comment

Comment:

Tweet

#9 By (27.55.236.88|27.55.236.88) on 2015-08-18 21:04

อุต้ะ พี่เสือโกนเคราออกล่ะ คงหล่อน่าดุอ่าา 

#7 By สุดสวยของพี่เสือ (113.53.146.38|113.53.146.38) on 2014-10-01 20:25

ขลุ่ยเมฆๆๆๆ ค่ะ
พีลันค่ะ นี้กระเพาะคนหรอค่ะ

#6 By shshshx (171.7.196.84|171.7.196.84) on 2014-03-09 02:08

55555555555
พี่ๆมันขยันแกล้งน้องๆ

#5 By LooknamTK on 2013-08-11 17:06

นี่แน่ใจนะว่ากระเพาะคนอ่ะ -*-

#4 By future-cartoon on 2013-05-10 16:02

พี่ไอ=พี่ลัน  
พี่เมฆ=พี่ขลุ่ย
    ....  เพี้ยงๆๆๆ  .....

#3 By tae (103.7.57.18|58.9.3.22) on 2013-04-26 14:36

สนุกๆๆbig smile

#2 By ดิว (103.7.57.18|180.214.211.218) on 2013-03-13 14:54

double wink

#1 By yyyaoi (103.7.57.18|171.98.103.240) on 2013-03-11 20:30