Rule 2 : รับ(รัก)น้องต้องมอมเหล้า

                ช่วงบ่ายอันแสนทรหดอดทนก็มาถึงหลังจากถูกรุ่นพี่เลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมจนอิ่มอ้วกแตก  ผมที่หลงดีใจไปกับน้ำใจอันดีงามที่รุ่นพี่อุตส่าห์ซื้อขนมมาเลี้ยงก็ต้องมานั่งเสียใจทีหลังเมื่อขนมมากมายเหล่านั้นผมต้องกินให้หมดคนเดียว  ถ้าไม่หมดผมก็โดนเล่นสิครับ  จำไว้เลยนะ ไอ้พี่เสือ กับ ไอ้พี่ขลุ่ย(แต่เสือ กเล่นกลอง) ฮึ่ม!

                ดีนะครับที่ช่วงบ่ายพวกพี่ให้ทำกิจกรรมกันใต้ตึกจึงไม่ต้องไปทนตากแดดอยู่แบบนั้น  อีกทั้งแดดช่วงบ่ายมันก็เสี่ยงต่อมะเร็งเหลือเกิน

                ไอ้พวกพี่ว้ากเกอร์เซ็ตแรกถูกเปลี่ยนออกไปแต่ก็ยังมาทำหน้าที่ช่วยว้ากใส่รุ่นน้องที่ไม่กระตือรือร้นในการทำกิจกรรมบ้าง  คราวนี้รุ่นพี่ที่เป็นพิธีกรเขาก็ได้ใช้ไมค์จริงๆ แล้วครับไม่เหมือนไอ้พี่ลันที่มีไมค์อยู่ในมือแต่ดันใช้เสียงสด

                “ต่อจากนี้จะเป็นการเล่นเกมกระชับสัมพันธ์ระหว่างรุ่นน้องและรุ่นพี่นะครับ  พวกปีสองเข้าไปแทรกแถวอยู่กับน้องเลยนะครับ  พี่สต๊าฟครับช่วยแบ่งกลุ่มให้พวกน้องทีครับแล้วแต่ละกลุ่มให้มีน้องผู้หญิงอย่างน้อยกลุ่มละสองคนนะครับ” รุ่นพี่ผู้ชายพูดเสียงนุ่มผ่านไมค์ต่างจากเสียงแหบๆ ของไอ้พี่ลันอย่างสิ้นเชิง  เสียงแบบนี้ค่อยน่าฟังขึ้นมาหน่อย

                ผมที่ลุกขึ้นยืนตามคำสั่งของพี่สต๊าฟเพื่อสะดวกต่อการจัดกลุ่มก็ต้องแอบใจเต้นเล็กน้อยเมื่อมีสาวสวยผมยาวดัดเป็นลอนมายืนข้างๆ ผม  ดูจากหน้าตาและท่าทางคงจะเป็นพี่ปีสองนั่นแหละครับ  เนื่องจากคณะของเราคือวิศวะทำให้มีผู้หญิงไม่ค่อยมากเท่าไหร่และยิ่งเป็นสาขาเครื่องกลแล้วด้วยผู้หญิงยิ่งลดน้อยลงมากกว่าเดิม  แต่หญิงเทียมมีเยอะทีเดียวครับ

                แต่จะว่าไปพวกพี่ปีสองก็เป็นพี่ปกครอง(ก็พี่ว้ากนั่นแหละ)แล้วทำไมจะต้องมาทำกิจกรรมกับปีหนึ่งอย่างพวกผมอีกนะส่วนพวกที่ดำเนินการเป็นพวกพี่ปี3  อืม...ชื่อกิจกรรมก็บอกอยู่นี่นาว่าเป็นเกมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง

                “อ้าวๆ กลุ่มนี้จัดแถวให้เป็นระเบียบหน่อย! น้องผู้หญิงน่ะมายืนอยู่หัวแถว  เร็วๆ อย่าช้า!” ไอ้พี่ลันมันเดินมาเต๊ะท่าขรึมพลางแหกปากใส่แถวของกลุ่มผมเสียงดังจนพวกผมสะดุ้งเฮือกไปตามๆ กัน  หน้าตาก็หล่ออยู่หรอกแต่แม่.งโคตรดุเลยว่ะ

                เมื่อได้ยินคำสั่งจากไอ้พี่ลันตัวเตี้ยพวกผมก็รีบกุลีกุจอจัดแถวให้เป็นระเบียบโดยให้ผู้หญิงอยู่ข้างหน้าและยืนต่อกันเป็นแถวตอนเรียงตามส่วนสูง  กลุ่มที่ผมสังกัดอยู่ตอนนี้ผมสูงที่สุดเลยล่ะครับ แหม...น่าภูมิใจจริงๆ (ที่กลุ่มตัวเองมีแต่คนเตี้ยๆ)

                “เฮ้ย!! ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย  นี่กิจกรรมรับน้องนะไม่ใช่กิจกรรมกินขี้! เอาแต่ทำหน้าตาเบื่อโลกแบบนั้นอยากจะสดชื่นโดยการออกไปยืนรับวิตามินดีไหม!?!” ไอ้พี่ลันตวาดใส่กลุ่ม  ผมจึงต้องคลายคิ้วที่ขมวดเป็นปมออก  กูขมวดคิ้วก็ผิด  โธ่! ทำไมไอ้พี่ลันจะต้องมายุ่งกับกลุ่มผมด้วยวะ  กลุ่มอื่นมันทำหน้าบูดเป็นตูดหมาไม่เห็นจะโดนด่าเลย แง่ม!

                “เอาล่ะครับ  ปกติแล้วคณะเราจะมีกิจกรรมเชื่อมสัมผัสระหว่างคณะโดยการให้อมลูกอมเม็ดเดียวกันต่อไปเรื่อยๆ แต่อันนั้นพวกน้องได้ทำไปตอนรับน้องรวมแล้วเพราะฉะนั้นตอนนี้พวกเรามีกิจกรรมที่ดีกว่านั้นมาให้ทำ  ชื่อกิจกรรมคือ จ๊วบ...เชื่อมสัมพันธ์...” ไอ้รุ่นพี่พิธีกรคนเดิมพูดหลังจากจัดกลุ่มเรียบร้อยแล้ว  ตอนรับน้องรวมพวกเราก็ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนต่างสาขาไปเรียบร้อยแล้วซึ่งตอนนั้นผมก็ทำความรู้จักกับเพื่อนต่างสาขาจริงๆ พอมาเข้าสาขาตัวเองผมก็เลยไม่มีเพื่อน  ก็ตอนรับน้องรวมพวกที่อยู่รอบๆ ตัวผมมีแต่สาขาอื่นทั้งนั้นเลยนี่หว่า

                แต่...แค่ได้ยินชื่อกิจกรรมตูก็อยากอ้วกแล้วฟ่ะ  ผมมองพวกผู้ชายตัวเตี้ยที่ได้ยืนข้างหลังผู้หญิงแล้วก็อดอิจฉาขึ้นมาไม่ได้  ถ้ากิจกรรมนั้นต้องให้ทำกันในกลุ่มโดยให้ทำต่อกันมาเรื่อยๆ เรียงตามความสูงแล้วล่ะก็...รอบตัวผมมีแต่ผู้ชายอ่ะ  เขาอยากจ๊วบกับผู้หญิงอ่ะ!

                “แต่ล่ะกลุ่มจะได้รับกระดาษซับมันไปหนึ่งแผ่น  ถ้าพี่ให้สัญญาณน้องที่อยู่หัวแถวจะต้องเอากระดาษนั่นแปะที่ปากของตัวเองแล้วส่งต่อไปโดยห้ามใช้มือนะครับ  ถ้ากระดาษตกต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่แรกกลุ่มไหนเสร็จเป็นกลุ่มสุดท้ายจะถูกลงโทษ  ส่วนกลุ่มที่เสร็จเป็นกลุ่มแรกจะได้ลงโทษเพื่อนนะครับ” ไอ้พี่พิธีกรพูดจบก่อนจะสาธิตให้ดูว่าทำอย่างไรซึ่งแกก็ทาบกระดาษไว้ที่ปากก่อนจะหันไปส่งต่อให้เพื่อนโดยใช้วิธีส่งแบบปากต่อปาก

                พวกผมที่เห็นแบบนั้นก็พากันโห่  ทั้งโห่แซวที่พวกพี่แกเล่นกับผู้ชายกันเองทั้งโห่ประท้วงเพราะไม่อยากเล่นกิจกรรมนี้  ไอ้พวกที่ได้ยืนใกล้ผู้หญิงมันก็เปรมสิครับ

                “เฮ้ย อย่าบ่นๆ ขนาดอมลูกอมเม็ดเดียวกันพวกน้องยังทำมาแล้วเลย  อันนี้แค่ปากแตะกันผ่านกระดาษเฉยๆ น้องจะคิดอะไรมาก  หรือถ้าใครมีปัญหาเชิญคุยกับพี่ปกครองได้นะครับแล้วน้องจะได้รับการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด” ไอ้พี่พิธีกรพูด  หือ? ถ้าไปคุยกับพี่ว้ากมีหวังถูกสั่งให้คลานเป็นหมารอบคณะแหงแซะ

                เมื่อถูกขู่แบบนั้นพวกเราก็เงียบปากและรอฟังสัญญาณกันอย่างใจจดใจจ่อเพราะไม่อยากแพ้  ผมมั่นใจว่าบทลงโทษของผู้แพ้มันไม่ธรรมดาแน่

                “เอาล่ะนะครับ  รอฟังสัญญาณนะครับ” ไอ้พี่พิธีกรพูดก่อนจะวางไมค์ลง  มือประสานกันก่อนจะเอาไปจ่อไว้ที่ปาก  จังหวะนั้นคนที่อยู่หัวแถวก็ยกกระดาษขึ้นพอพี่พิธ