Rule 1 : รับ(รัก)น้องต้องแกล้งโหด 



                หนังสือการ์ตูน...เป็นสิ่งบันเทิงสิ่งเดียวที่ผมสามารถเพิ่มสีสันให้กับอารมณ์ของตัวเองในขณะนี้ได้  พื้นคอนกรีตลาดยาวถูกแดดแผดเผาส่งผ่านความร้อนที่มันสะสมไว้สู่ผิวตูดที่กำลังสัมผัส  แสงแดดจ้าสาดส่องเข้าตาจนต้องหยีตาเพราะความแสบ  ผมยกมือปาดน้ำตาที่หางตาเบาๆ ไม่ใช่เพราะเศร้าหรือซึ้งอะไรแต่ตาผมแพ้แสงน้ำตาก็เลยไหลง่าย

                “เฮ้ย!! ตรงนี้ไม่ใช่ที่อ่านหนังสือการ์ตูนและในเวลานี้คุณไม่สมควรจะอ่าน!!” ผมสะดุ้งเฮือกก่อนจะรีบซุกหนังสือการ์ตูนลงกระเป๋าเป้ที่เอามาวางไว้ที่หน้าตัก  โคตรพ่อง! ไอ้พี่ว้ากที่มาว้ากใส่ผมจะพูดเบาๆ ไม่ได้หรือไงวะครับ  หูกูจะแตกครับพี่  หูผมจะแตกก็จริงแต่สิ่งที่แตกก่อนหูก็คือหน้าครับ  ไอ้พี่ว้ากแม่.งด่าผมต่อหน้านักศึกษาคนอื่นๆอย่างไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด  อย่าให้ถึงทีกูนะมึง ฮึ่ม!

                คือตอนนี้ผมกำลังอยู่ในกิจกรรมรับน้องใหม่ครับ  ก็แบบ...ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดเข้ามาเรียนก็เลยไม่มีเพื่อนหรือคนรู้จักในมหาวิทยาลัยนี้เลยสักคนสิ่งที่ผมจะทำแก้เบื่อระหว่างนั่งฟังพวกรุ่นพี่บ่นก็คืออ่านหนังสือการ์ตูนครับ  ไอ้ผมก็นั่งอยู่แถวกลางๆ เหลือบออกไปข้างหลังก็เลยไม่คิดว่าจะมีคนเห็นผมแอบอ่านน่ะสิ ซวยเลย

                “ขอโทษครับ” ผมก้มหน้าสำนึกผิด  ตั้งแต่โดนตวาดผมก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นเลยทีเดียว  เสียงไอ้พี่คนนี้ดุเสียยิ่งกว่าเสือคำราม  ให้เดาหน้าตาก็คงดุน้อยกว่าเสือหน่อยเดียว  คงจะเป็นไอ้หนวดเคราแพะที่ตอนนี้พวกนักศึกษาชายของมหาวิทยาลัยนี้กำลังนิยมไว้ล่ะมั้ง  แต่โทษที ถึงผมจะเป็นคนซ่าแถมยังแสบแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากเล่นกับเสือหรอกนะเออ

                “เป็นผู้ชายประสาอะไรวะพูดเสียงอ่อนเชียว! พูดให้มันดังๆ กว่านี้หน่อยสิ!!” กูว่าเสียงกูไม่ได้เบาหรอกแต่พอเทียบกับเสียงคำรามของมึงเสียงกูก็เลยกลายเป็นเสียง หวี่ๆ ของแมลงวันตัวกระจ้อย

                “ขอโทษครับผม!!” ผมหลับหูหลับตาตะโกนเสียงดังก่อนจะก้มหน้ามองพื้นคอนกรีตอันแสนร้อนระอุอีกครั้ง

                ผมสอบเข้าเรียนในคณะวิศวะสาขาวิศวกรรมเครื่องกลครับ  ผมเคยได้ยินพวกรุ่นพี่ไปแนะแนวที่โรงเรียนว่าถ้าเรียนคณะนี้สาขานี้การรับน้องจะโหดมากและถ้าใครดื่มเหล้าไม่เป็นล่ะก็...ฮึๆ โดนเล่นจนต้องลาออกกันไปข้างเลยทีเดียวครับ  พวกรุ่นพี่ที่มาแนะแนวเล่าให้ฟังว่ามีคนที่เข้าไปเรียนแล้วไอ้หมอนั่นมันป๊อดดื่มไม่เป็น  พอดื่มไม่เป็นก็เข้าสังคมกับเขาไม่ได้ก็เลยกดดันจนต้องซิ่วไปเรียนคณะอื่น  ส่วนผมน่ะหรือ ฮึๆ ถ้าเรื่องเหล้าขอให้บอก  ชอบนักแล

                “ไอ้น้องคนนั้น  ออกมา!” เสียงพี่ว้ากอีกคนที่ไม่ใช่ไอ้พี่เสือที่ยืนค้ำหัวผมดังขึ้นมาจากหน้าแถว  ผมก้มหน้า  ไม่รู้ไม่ชี้  คงไม่ได้เรียกกูมั้ง

                “เฮ้ย! แกน่ะลุกเลย” พี่เสือครับ  สะกิดกูดีเหลือเกินนะครับถึงขนาดลงทุนใช้ตีนสะกิดเข่ากูเลยอ่ะ  เป็นเกียรติอย่างล้นพ้นจริงๆ

                “ครับ” ผมตอบเนือยๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและพอผมลุกขึ้นผมก็ได้ป๊ะกับพี่เสือเข้าพอดิบพอดีผมจึงเห็นหน้าพี่แกชัดๆ

                O.O บร๊ะเจ้า!! พี่แกอ่ะ...พี่แกอ่ะ...โคตรพ่อโคตรแม่...

.
.
.

                เฮ้ย!! ทำไมลางสังหรณ์ของผมแม่นจังวะครับ  ไอ้พี่เสือหน้าดุอย่างกับเสือจริงๆ แต่เป็นเสือที่มีเคราแพะ!!  ผิวสีแทนๆ(แทนที่จะขาวอ่ะดิ) ตัดผมทรงสกินเฮด  คิ้วเข้มๆ ตาคมๆ ดุๆ ริมฝีปากหนาสีซีด  โอ้วแม่เจ้า!! คนห่.าอะไรหน้าตาน่ากลัวฉิบหาย! (ไม่ใช่ว่าแกขี้เหร่จนน่ากลัวนะ  แกก็ดูดีในฐานะผู้ชายคนหนึ่งแต่หน้าแกดุจนไม่อยากเข้าใกล้อ่ะดิ)

                “ไอ้ไท ลากคอมันออกมาดิ๊” เสียงที่เรียกให้ผมออกไปพูดซ้ำอีกครั้ง  ผมหันไปมองหน้าคนพูดประโยคเมื่อกี้ก่อนจะหันกลับมาดูไอ้พี่เสือ  ต่างกันราวสวรรค์กับนรก  ไอ้พี่ที่เรียกผมเมื่อกี้หน้าตาอย่างกับเทพบุตร  ตัวก็ขาวกว่าไอ้พี่เสือ  คิ้วเข้มน้อยกว่านิดหน่อยโก่งเล็กน้อย  จมูกก็โด่งจนแทบจะทิ่มหน้าผมที่ยืนอยู่ตั้งไกล  ปากก็บางกว่าไอ้พี่เสือ  แถมตัวยังสูงกว่าไอ้พี่เสืออีก! (เชี่ย!! ผมสูงถึงแค่ติ่งหูไอ้พี่เสือเองนะ) แต่ถึงอย่างไรก็เถอะ  ดูเหมือนเทวดากับซาตานคงจะเป็นเพื่อนกัน  แต่เอ๊ะ...ไอ้พี่เสือชื่อไท...ไทเกอร์ป่าววะ ฮ่าๆ

                ก่อนที่ผมจะได้สงสัยที่มาที่ไปของชื่อพี่เสือคอเสื้อของผมก็ถูกหิ้วโดยไอ้พี่เสือเคราแพะแต่แรงควาย(ตกลงแกเป็นลูกกี่ครึ่งกันแน่ฟะ?)แล้วถูกโยนไปตรงหน้าสเตจโดยมีพวกเพื่อนร่วมรุ่นซึ่งเป็นเด็กใหม่หัวเราะคิกคัก  นี่กูกำลังจะถูกทำโทษพวกมึงเลยหัวเราะกูเหรอ  เป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่ดีเนาะ

                “ชื่ออะไรครับ?” ไอ้พี่หล่อที่ตีหน้านิ่งเก๊กหล่อให้สมหล่อถามเสียงเข้ม  อื้อหือ  หน้าก็หล่ออยู่หรอกแต่เสียงพี่แกไม่หล่อเลยว่ะ(แต่ก็น่าจะดีกว่าเสียงกูล่ะวะ เสียงขึ้นจมูกเป็นเป็ดเชียวกู)  นี่ล่ะหนาที่เขาว่ากันว่าคนหล่อย่อมเสียงขี้เหร่ส่วนคนขี้เหร่ก็มักจะเสียงหล่อ(เกี่ยวไหมเนี่ย?)

                “เอ่อชื่อสุดที่รัก อาราตะครับ” ผมตอบอ้อมแอ้ม  นามสกุลผมญี่ปุ่นก็จริงแต่หน้าผมไท้ยไทยนะครับ  แบบว่า...แม่ผมแยกทางกันกับพ่อของผมก่อนจะไปแต่งงานกับพ่อใหม่ชาวญี่ปุ่นผมก็เลยต้องใช้นามสกุลนี้    คุณเธอ(แม่ผมอ่ะนะ)ฝันอยากได้แฟนเป็นชาวญี่ปุ่นมาตั้งนานแล้วแต่ดันไปตกลงปลงใจกับพ่อผมก่อนพอเลิกกันคุณเธอก็ไปอยู่ญี่ปุ่นทิ้งผมไว้กับตายายและกลับมาไทยโดยควงหนุ่มญี่ปุ่นมาด้วย  ผมก็ไม่ได้มีปัญหาหรอกที่แม่แต่งงานใหม่เพราะพ่อใหม่ก็ใจดี(ถึงจะพูดไทยไม่รู้เรื่องก็เหอะ)  และเนื่องจากแม่เป็นคนคลั่งประเทศญี่ปุ่นผมจึงมีชื่อเล่นว่าไอที่แปลว่าความรักและมีชื่อจริงให้สอดคล้องกับชื่อเล่นว่าสุดที่รัก

                “เป็นชื่อที่ดีนะ  น้องๆ จำชื่อเขาไว้ให้ดีล่ะ  ส่วนนาย...ไล่ชื่อเพื่อนทุกคนตั้งแต่หัวแถวจนไปถึงคนสุดท้าย  อ้อ น้องที่นั่งอยู่คว่ำป้ายชื่อด้วยนะครับ” หือ!?! อย่ากวนกูสิครับไอ้พี่หล่อ  มึงเพิ่งให้พวกกูบอกชื่อกันไปรอบเดียวเองนะแล้วกูจะจำหมดได้ไงวะตั้งสามสิบกว่าคน!!

                “ลงโทษอย่างไรดีน้า ฮึๆ” ขณะที่ผมกำลังหน้าซีดเป็นไก่ต้มเสียงที่บ่งบอกถึงความอารมณ์ดีของไอ้พี่เสือก็ดังขึ้น  หนอย...มั่นใจนักนะว่ากูจะจำชื่อเพื่อนทั้งหมดไม่ได้  คอยดูเถอะไอ้พี่เสือหน้าโหด! แกด้วยไอ้พี่หล่อนิสัยเสีย! (พาลให้หมดเลยตู) กูจะไล่ชื่อเพื่อนทั้งหมดให้ดู!


 

                “หนึ่ง! สอง! สาม! สี่! ...” ผมแทงปลาไหลทั้งน้ำตาตกในโดยมีพวกรุ่นพี่แกล้งเตะตูดบ้างแหย่ตูดบ้างทำให้ผมต้องแทงปลาไหลอย่างระแวดระวัง(กลัวปลาไหลที่แทงๆ อยู่จะแว้งมาแทงตูดเอาน่ะสิ)  แค่กูจำชื่อเพื่อนได้ไม่หมดแล้วผิดตรงไหน(คร่ำครวญทั้งน้ำตา) แค่กูอ่านการ์ตูนแก้เบื่อกูผิดนักหรือ(น้ำตายังนองอยู่)  แค่กูด่าไอ้พี่ว้ากหน้าหล่อว่าเตี้ยกูก็โดนสั่งแทงปลาไหลเพิ่มจากหนึ่งร้อยทีเป็นร้อยห้าสิบที  มันเหนื่อยนะเว้ย!

                คือ...ที่ผมด่าไอ้พี่หล่อว่าเตี้ยก็เนื่องจากผมหมั่นไส้ในความสูงชะลูดตูดปอดของมันน่ะสิ  คนห่.าอะไรวะโคตรพ่อโคตรแม่สูง  ตอนเด็กๆ แม่เลี้ยงมึงด้วยเสาไฟฟ้าป่ะครับพี่!

                “เอาล่ะ  นอกจากเราจะเห็นน้องสูงแทงปลาไหลแล้วเรายังจะเห็นน้องสูงเต้นไก่ย่างด้วยนะครับ” ไอ้...ไอ้พี่เตี้ย! กูแทงปลาไหลจนลิ้นห้อยแล้วยังไม่ให้กูไปพักอีก  รู้จักไหมน้ำใจน่ะรู้จักเปล่า!

                หลังจากที่ผมประชดแกว่าเตี้ยแกก็ประชดผมกลับว่าสูงอ่ะครับ

                “นี่น้อง...สูงเท่าไหล่?” ไอ้พี่เสือที่เนรเทศตัวดำๆ (ก็ไม่ได้ดำมาก  ผมล้อไปงั้นแหละ)ไปยืนข้างคนตัวขาวๆ อย่างพี่เตี้ย(ยังไม่รู้ชื่อพี่แกเลยเพราะพี่แกไม่ได้ห้อยป้ายชื่อ)ถามขึ้น

                “174 เซนติเมตรครับ” ผมยืดตัวเต็มความสูง  ผมไม่ได้เตี้ยนะครับ  นี่มันสูงอยู่ในระดับมาตรฐานนะครับแต่ไอ้พวกพี่ว้ากเกอร์มันเสือ.กสูงเกินมาตรฐานเองต่างหาก

                “เปล่า  พี่ไม่ได้ถามว่าน้องสูงเท่าไหร่? แต่พี่พูดว่าน้องสูงเท่าไหล่ไอ้ลันต่างหาก ฮ่าๆๆ” คำล้อเลียนของไอ้พี่เสือเรียกเสียงหัวเราะจากคนฟังได้อย่างชะงัดและมันก็เรียกความอับอายให้ผมได้อย่างชะงัดเช่นกัน  ผมเหลือบตาไป